บิ๊กตู่’ตอกหน้ามะกัน ไม่ยอม ชาติใดแทรกแซง
โดย ทีมข่าวหน้า1 29 ม.ค. 2558 08:23
21,325 ครั้ง
ขู่เช็กเงินพวกปากดี-ห้ามไปนอก ‘โอ๊ค’ระทึกถูกทหารปรามถึงบ้าน ซัดแดเนียลทำคนไทยเกิดแผลใจ
กต.เรียกอุปทูตมะกันฉะ “แดเนียล รัสเซล” จุ้นการเมืองไทย จวกก่อบาดแผลในใจคนไทย “ดอน” สอนมารยาทการทูตไม่ควรพูดก้าวล่วงปัญหาประเทศอื่น โอ่รัฐประหารในไทยไม่เหมือนที่ใดในโลก ยันไทยกำลังปฏิรูปปูทางสู่ ปชต.อย่างมีศักดิ์ศรี “ประยุทธ์” เสียใจสหรัฐฯไม่เข้าใจ กร้าวไม่ยอมให้ชาติใดมาแทรกแซง มอบคสช.กาหัวพวกปากดี เรียกเข้าค่ายทหารปรับทัศนคติ ขู่งัดไม้เด็ดสยบห้ามออกนอกประเทศ-ตรวจสอบบัญชีการเงิน มทภ.1 เด้งรับจ่อเรียก “ปึ้ง” รายงานตัว “โอ๊ค” ระทึกทหารยกพลบุกถึงบ้านขอความร่วมมือหยุดปลุกระดมผ่านโซเชียลฯ “สุรพงษ์” ยังไม่ได้รับหนังสือเรียก ลั่นพร้อมชี้แจง กมธ.ยกร่างฯไม่แตะ ป.ป.ช. คืนอำนาจคงเดิม อยู่ในวาระ 9 ปี เล็งยุบรวมผู้ตรวจการฯ-กสม. ชาวสวนยางใต้นัดชุมนุมใหญ่ฟ้อง “ป๋าเปรม” 30 ม.ค. “บิ๊กตู่” สั่งเช็กด่วนเกษตรกรตัวจริงหรือตัวปลอม
หลังจากนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วย รมต.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา พบปะบุคคลสำคัญทางการเมืองของไทย พร้อมแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์การเมืองของไทย โดยกดดันให้มีการยกเลิกการประกาศกฎอัยการศึก ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศเชิญอุปทูตสหรัฐอเมริกามารับทราบท่าทีความกังวลของฝ่ายไทย ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันจะไม่ยอมให้ใครเข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน
เรียกอุปทูตมะกันฉะจุ้นการเมืองไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 ม.ค.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมช.ต่างประเทศ เชิญนายแพทริค เมอร์ฟี อุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าพบหารือนานกว่าครึ่งชั่วโมง จากนั้นเวลา 10.00 น. นายดอนเปิดแถลงข่าวว่า ได้เชิญอุปทูตสหรัฐฯ เพื่อรับทราบร่วมกันเกี่ยวกับการหารือระหว่างผู้ช่วย รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯกับ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปด้วยดี และมีบางเรื่องที่เรามีความห่วงกังวล ซึ่งต้องพูดคุยกันเพราะความกังวลนี้สะท้อนออกมาจากหลายทิศทาง เป็นสิ่งที่เราคิดว่าแทนที่จะปล่อยให้ผ่านไป ก็เห็นว่าน่าจะได้รับทราบไว้
ผิดหวังทำคนไทยเกิดแผลในใจ
นายดอนกล่าวว่า โดยความกังวลนี้ระคนกับความผิดหวัง อีกทั้งเป็นเสียงสะท้อนว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยเกิดบาดแผลขึ้นในใจ เป็นบาดแผลในใจจากการเยือน จึงอยากให้รับทราบเรื่องเหล่านี้ คราวหน้าจะได้หาทางเยียวยาไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก แต่ไม่ใช่เป็นการเชิญมาประท้วง เราไม่ได้แข็งกร้าว แต่มีเหตุผล ประเทศไทยมีวุฒิภาวะไม่ใช่เป็นประเทศเพิ่งเกิดใหม่ ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก รัฐประหารหลายครั้งก็เกิดในช่วงที่บ้านเมืองวุ่นวาย ถ้าเป็นประเทศไทยจะไม่พูดอย่างนี้
สอนเชิงทูตไม่ควรจ้อปัญหา ปท.อื่น
นายดอนกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การปาฐกถาครั้งนั้นเริ่มต้นได้ดี จนมาท้ายๆ แทนที่จะเป็นการส่งเมสเซจที่จะช่วยให้เยาวชนและนักศึกษาผนึกกัน มีความรู้สึกตื่นตัว แต่ผู้มาเยือนก็เลือกที่จะพูดเรื่องการเมือง ซึ่งเราถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อถามว่าถือว่าสหรัฐฯแทรกแซงหรือก้าวก่ายกิจการภายในประเทศหรือไม่ นายดอนกล่าวว่า ถ้าเป็นไทยก็จะเลือกที่จะไม่พูดในลักษณะนี้ แต่จะพูดเพื่อส่งเสริม ประเทศไหนที่มีปัญหาเราจะไม่พูด ไม่เฉพาะแค่สหรัฐฯ แต่ไม่ว่าประเทศไหน เราก็จะไม่พูด เรามีโอกาสเลือกได้ว่าจะพูดหรือไม่ อย่างไรก็ตามเราไม่ได้เมินเฉยต่อท่าทีของสหรัฐฯ แต่เราได้รับทราบท่าทีของนานาประเทศอยู่แล้วมาตั้งแต่เดือน พ.ค.57 และกำลังก้าวย่างในเส้นทางที่วางไว้อย่างมีศักดิ์ศรี เพื่อประโยชน์ของชาติโดยแท้จริง เพื่อเข้าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่มีพื้นฐานชัดเจน โดยจะปฏิรูปทุกรูปแบบ
รัฐประหารไทยมะกันไม่เดือดร้อน
“คนไทยชอบสิ่งที่มาจากสหรัฐฯอยู่แล้ว สิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯพูดออกมาอย่างเป็นทางการ ถ้าไปเชื่อทุกเรื่องราวก็จะมีผลทำให้เกิดปัญหา เพราะหลายเรื่องที่พูดเรื่องการเมือง ถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง อย่างที่เห็นกันอยู่ ปรากฏเป็นข่าวบ้าง ท่านผู้พูดมีทางเลือกจะรู้ว่าพูดแบบไหน เพราะเยาวชนของเราตั้งหน้าตั้งตารอฟัง แต่เมื่อมันไม่เป็นเช่นนั้นก็ถือว่าน่าผิดหวัง ขณะที่บางคนถือว่าเป็นบาดแผลในใจเลยทีเดียว เพราะลูกหลานไปได้ยินเรื่องราวที่ไม่ควรจะได้ยิน” นายดอนกล่าว และว่า สิ่งที่เขามองว่าเป็นปัญหาอยู่ในประเทศไทยตอนนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบกระเทือนต่อสหรัฐฯ ประชาชนอเมริกันไม่ได้เดือดร้อน นักธุรกิจแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ ก็ไม่ได้เดือดร้อน และรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ไม่ได้รับความเดือดร้อนจากสิ่งที่เราทำเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เขาเดือดร้อนในแง่ของหลักการที่เรามีพัฒนาการทางการเมืองที่บังเอิญไปขัดกับหลักการ เขาเดือดร้อนแค่นั้น ขณะที่เลือดสักหยดก็ไม่หลั่งไหล ความเดือดร้อนต่างๆ ไม่ได้มีต่อนานาชาติ ตรงกันข้ามกลับดีขึ้น มีความสงบผาสุก รู้สึกปลอดภัย อีกทั้งหลายประเทศก็รับทราบเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ส่วนเรื่องหลักการก็ว่าไปตามหลักการ ขณะที่เรื่องความร่วมมือก็ดำเนินต่อไป
เลิกอัยการศึกป่วนใครรับผิดชอบ
นายดอนกล่าวต่อว่า ในการพูดคุยกับอุปทูตสหรัฐฯครั้งนี้ ยังได้พูดคุยถึงความร่วมมือในอนาคตสาขาต่างๆ ที่เราจะมุ่งมั่นสร้างความร่วมมือร่วมกันต่อไป ในฐานะมิตรประเทศอันยาวนาน 182 ปี ที่จะต้องก้าวเดินไปด้วยกัน ทั้งนี้ได้ฝากไปว่าทิศทางในอนาคต ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก-รัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.จะเดินทางไปร่วมประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในเดือน ก.ย.ที่สหรัฐอเมริกาว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เมื่อถามว่า ได้ชี้แจงเรื่องกฎอัยการศึกอย่างไรหรือไม่ นายดอนกล่าวว่า เรื่องนี้พูดกันมาหลายครั้ง รวมทั้งการหารือระหว่างรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศกับผู้ช่วย รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ยกขึ้นมาหารือเมื่อคราวที่แล้วว่าที่จริงไม่มีใครรู้สึกว่ามีกฎอัยการศึกอยู่ มีแต่ตัวหนังสือ ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีผลกระทบอะไรเลย นอกจากผู้ที่มีเจตนาไม่ดีหรือสร้างปัญหาความมั่นคง ซึ่งจำนวนน้อยมาก “ถ้าอยากให้เราเลิก อยากให้ยุติ หากมีเหตุการณ์ใครจะรับผิดชอบ ท่านรับผิดชอบได้หรือไม่ อยากจะให้เลิกแล้วเราตามใจ ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นวุ่นวาย ผู้เรียกร้องหรือใครจะรับผิดชอบ”
ถอดถอน “ปู” เรื่อง ก.ม.ไม่ใช่การเมือง
เมื่อถามว่า ท่าทีของอุปทูตสหรัฐฯเป็นอย่างไร มีความเข้าใจแค่ไหน นายดอนกล่าวว่า ก็กล่าวขอบคุณ ไม่มีคำถามอะไรเพิ่มเติม เพียงแต่รับทราบท่าทีของไทยและจะกลับไปพิจารณา เมื่อถามต่อว่ากรณีที่นาย รัสเซลแสดงความเห็นเรื่องการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพราะเกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง หรือไม่ นายดอนกล่าวว่า ตนได้ให้ข้อเท็จจริงไปว่า ถ้าติดตามเรื่องของประเทศไทย จะเห็นว่ามีกระบวน การมาตั้งแต่ต้น เป็นเรื่องของกฎหมายล้วนๆเป็น การดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดในหลายเรื่อง เป็นผลให้เกิดความเสียหาย จึงทำให้กระบวนการทางกฎหมายต้องเข้ามา ดังนั้นถ้าพูดว่าการเมืองเป็นตัวกำหนดแสดงว่าเจ้าหน้าที่จัดเตรียมข้อมูลให้นั้นไม่เข้าใจประเทศไทย หรือเหตุการณ์ในบ้านเราในช่วงปีที่ผ่านมาได้อย่างชัดเจนเพียงพอ จึงต้องให้เขารับรู้ว่าเรื่องนี้มีความลึกซึ้งมากกว่านั้น รวมถึงการรัฐประหารในประเทศไทยไม่เหมือนกับประเทศอื่นๆในโลก
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่จะมีคนไทยไปยื่นหนังสือประท้วงหน้าสถานทูตสหรัฐฯ นายดอนกล่าวว่า เพิ่งทราบข่าว แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติอยู่แล้ว อย่างในสหรัฐฯก็เกิดขึ้น นี่ก็คือตัวอย่างหนึ่งของคนไทยที่เกิดบาดแผลในใจ
ภาค ปชช.ยื่นประท้วงยุติแทรกแซง
เวลา 11.30 น. ที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ นายยุทธภัณฑ์ พันธ์สิงสอน เลขาธิการเครือข่ายปกป้องผลประโยชน์และศักดิ์ศรีของฅนไทย ยื่นหนังสือต่อเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ผ่านนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก มีมวลชนประมาณ 20 คน ให้กำลังใจ ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วม 30 นายทั้งในและนอกเครื่องแบบเฝ้าพื้นที่ โดยนายยุทธภัณฑ์ เข้าไปยื่นหนังสือผ่านเจ้าหน้าที่สถานทูต แล้วให้สัมภาษณ์ว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1.ขอให้สหรัฐฯ หยุดแทรกแซงกิจการภายในทั้งทางตรงและทางอ้อม เคารพอธิปไตยของราชอาณาจักรไทย 2.ขอชี้แจงสหรัฐฯว่าคดีทุจริตในรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องการเมืองแต่เป็นเรื่องความมั่นคงในประเทศ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กำลังบริหารประเทศไปได้ดี ตามวิถีประชาธิปไตยแบบไทยๆ การที่สหรัฐฯมากดดันให้มีประชาธิปไตยแบบนั้นแบบนี้ หรือให้ทำตามสิ่งที่สหรัฐฯต้องการ ถือเป็นการแทรกแซงในความรู้สึกของตน
“ประยุทธ์” เสียใจสหรัฐฯไม่เข้าใจ
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของสหรัฐอเมริกาที่ไม่เข้าใจรัฐบาล คสช.ว่า ได้บอกผ่านกระทรวงการต่างประเทศไปแล้วว่า เราเสียใจที่การพูดจาของผู้แทนสหรัฐฯเป็นไปในทางที่ไม่เข้าใจการทำงานของเรา เพราะเป็นมิตรประเทศมายาวนานร้อยกว่าปีมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่สุด ที่ผ่านมาเราไม่เคยไปตอบโต้อะไรเลย ดังนั้นกระทรวงการต่างประเทศต้องชี้แจ้งให้สหรัฐฯเข้าใจว่าการแก้ไขปัญหาของไทยมีขั้นตอน สำหรับปัญหาคดีความหรือเรื่องการถอดถอนของ สนช.เป็นวิธีการตามปกติไม่ได้ไล่ล่าตระกูลใคร ถ้ามีประเด็นแห่งความผิดทุกตระกูลต้องโดนทั้งหมด ปัญหาอยู่ที่ว่าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วหรือไม่
มั่นใจสัมพันธ์การค้าขายปกติ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่สหรัฐฯไม่เข้าใจไทยจะส่งผลกระทบอะไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ขณะนี้ความสัมพันธ์ยังดีอยู่ การค้าขายการลงทุนความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและธุรกิจต่างๆมีการค้าขายกันอยู่ ผู้แทนทั้งสหรัฐฯและยุโรปยังมีความมั่นใจในการทำงานของรัฐบาลที่ได้แถลงยุทธศาสตร์ไปแล้ว ที่ผ่านมารัฐบาลดูแลและอำนวยความสะดวกให้เขามากกว่าภาวะปกติด้วยซ้ำ เพราะทุกอย่างมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ท่าทีของสหรัฐฯในวันนี้ตนไม่ขอวิจารณ์ และยังมั่นใจว่าสหรัฐฯยังแยกแยะได้ว่าอะไรคือเรื่องการเมือง และอะไรคือเรื่องการค้าเศรษฐกิจ ซึ่งการเมืองสหรัฐฯก็เหมือนการเมืองบ้านเราคงไม่สามารถจะพูดอย่างอื่นได้ เขาคิดถึงประชาธิปไตยแบบตะวันตกว่าควรเป็นแบบนั้น แต่อย่าลืมว่าคนของเรา วิถีชีวิตของเรา หรือผู้นำทางการเมืองของเราในอดีตมันไม่เหมือนของเขา สหรัฐฯต้องฟังบริบทเหล่านี้ด้วยว่าแตกต่างกันอย่างไร ที่ผ่านมาเขาต้องการฟังอีกทางหนึ่ง เราให้อิสระโดยไม่ห้าม แต่เขาต้องถามว่าสิ่งที่ฟังมานั้นใช่หรือไม่ จะไปฟังความข้างเดียวไม่ได้ แต่สุดท้ายต้องมองว่ารัฐบาลเดินหน้าประเทศอย่างไรการปราบปรามการทุจริต การดำเนินคดีเราทำทุกเรื่องเพื่อคนไทยทุกคน
กร้าวไม่ยอมให้ชาติใดมาแทรกแซง
เมื่อถามว่า การที่สหรัฐฯมีท่าทีเช่นนี้จะทำให้การเป็นแหล่งหลบหนีของผู้กระทำผิดได้สะดวกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ต้องดูว่าวันนี้มีการหลบหนีเข้าไปหรือยัง สื่อมวลชนต้องช่วยกันอธิบายว่าไม่ใช่ทุกเรื่อง จะเป็นคดีทางการเมืองทั้งหมด ยืนยันว่าตนในฐานะนายกฯจะไม่ยอมให้ประเทศใดเข้ามาแทรกแซงบ้านเรา ทุกประเทศมีศักดิ์ศรี ประเทศไทยต้องมีศักดิ์ศรี เราให้เกียรติกับทุกๆประเทศ ตนไม่เคยไปต่อต้านใคร แต่ตนเสียใจได้ในการแสดงความคิดเห็นบางอย่างที่มันไม่ใช่ ไปฟังแล้วออกมาพูดแบบนี้มันไม่ใช่ ก็เสียใจที่เราเป็นมิตรกันมายาวนาน แต่ตนไม่ใช่ศัตรูของเขาอนาคตวันหน้าเราต้องเดินหน้าต่อไป และบางครั้งที่ตนไม่พูดอะไรเพราะอาย ส่วนอีกฝ่ายที่พยายามพูดสื่อต้องไปตำหนิว่าไม่ถูกต้อง และต้องให้ความรู้กับประชาชน การทำงานของรัฐบาลถ้าทำไม่ดีให้ว่ามา แต่ถ้าอะไรดีช่วยไปขยายความให้ประชาชนเข้าใจไม่ใช่ให้ประชาชนมาตี
สั่งสะสางคดีทุกกลุ่มทุกขั้ว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ได้สั่งการไปให้เอาคดีความต่างๆที่เกี่ยวข้องหลายๆคดีที่มีความสำคัญ เช่น คดีการทุจริตในทุกๆเรื่องทั้งสหกรณ์และเรื่องต่างๆ พยายามทำทุกอย่างให้เคลียร์ให้ได้และให้เกิดความเข้าใจว่า เรานำทุกเรื่องเข้าสู่กระบวนการปกติโดย สนช.ทำหน้าที่เหมือนกับสภาฯ ถ้ามั่นใจในการทำงานของรัฐสภาแล้วบอกว่าเป็นการรัฐประหาร ทุกอย่างขัดแย้งกันไปหมด ขอร้องว่าให้เอาเหตุและผลมาหักล้างกัน วันนี้เราพยายามนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากมีความผิดทางอาญาไปสู้กันในชั้นศาล เอาหลักฐานมาต่อสู้กัน ตนไม่สามารถไปก้าวล่วงการตัดสินได้ ไม่ใช่นั้นกระบวนการยุติธรรมจะล้มเหลว เพียงแต่วันนี้เราอำนวยความสะดวกในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่บังเอิญว่าวันนี้คนทำผิดมันโยงใยกันไปมา เลยดูเหมือนว่าเป็นการดำเนินการเพียงข้างเดียว แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ อย่าไปมองเช่นนั้น ไม่เช่นนั้นตนทำปฏิวัติมาก็เสียของเปล่า
ท้าพวกหนีคดีอย่ากลับไทย
เมื่อถามว่า แสดงว่าพร้อมจะดำเนินการหรือดำเนินคดีกับทั้งสองฝ่ายใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ต้องถามว่าวันนี้เรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือเปล่า ผมก็เห็นว่าทั้ง 28 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็เข้ามามอบตัวทั้งหมดแล้ว อีกฝ่ายก็เข้ามามอบตัวบ้างสิ ถ้าคิดว่าตัวเองถูกก็เข้ามามอบตัวเรื่องมันก็จบหนีกันไปทำไม ถ้าเข้ามาต่อสู้กันในกระบวนการยุติธรรมก็ดำเนินการไปตามขั้นตอน แล้วประกันตัวกันออกไป แล้วสู้คดีกันมาประเทศเราต้องเป็นแบบนี้” เมื่อถามอีกว่า ส่วนใหญ่คนที่หนีไปต่างประเทศคือพวกไม่ยอมรับในกระบวนการยุติธรรมใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “แล้วสื่อจะไปช่วยประชาสัมพันธ์ให้เขาทำไม ในเมื่อมันมีความผิดไม่เช่นนั้น อีกหน่อยคนทำความผิดไม่ว่าจะเป็นคดีอาญา หรือคดีอื่นๆก็คงหนีไปต่างประเทศกันหมดแล้วก็กลับมาด่าประเทศตัวเอง อยากถามว่าแล้วประเทศไทยจะอยู่อย่างไร คนเหล่านี้จะไม่กลับมาประเทศไทยอีกแล้วหรือ ถ้าไม่กลับก็ไม่ต้องกลับ”
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า คนที่หลบหนีคดี อยู่ระหว่างการติดตามตัวตามขั้นตอน ถ้ามีกฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดนอยู่ที่ว่าประเทศนั้นจะพิจารณาส่งหรือไม่ส่ง แต่ปัญหาวันนี้คือมีการไปสร้างความรับรู้และความเข้าใจที่ผิดๆ หาว่ามีการไปทำร้าย ละเมิดสิทธิ นำตัวไปซ้อมยืนยันว่าไม่มี คนอย่างตนจะทำหรือ ไม่ทำ มีแต่สั่งว่าอย่าไปทำอะไรนะ เรียกมาพูดคุยหาอาหารให้กินกันดีๆ ระดับผู้ใหญ่ อดีตนายกฯ ขอห้องแอร์ก็หาห้องแอร์ให้นอน นี่คือตนแล้วไปพูดอะไรกันคนละเรื่อง หาว่าเอาถุงดำครอบหัว โธ่ นั่นมันในหนัง ใครจะไปทำ
ย้ำ “ปู” จะไปนอกต้องถามศาล
เมื่อถามอีกว่า ถ้าวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต้องคดีอาญา คสช.จะยอมปล่อยออกนอกประเทศหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ใช่เรื่องการยอมปล่อยหรือไม่ยอมปล่อย แต่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลว่าจะอนุญาตให้ออกนอกประเทศได้หรือไม่ วันนี้ได้สั่งให้ คสช.ไปพิจารณาและศึกษาดูว่าหากมีคดีหรือศาลตัดสินคดีแล้วจะเดินทางไปต่างประเทศได้หรือไม่ เพราะวันนี้การเดินทางเข้า-ออกประเทศที่ คสช.พิจารณาขึ้นมาโดยผ่านการกลั่นกรองว่าจะไปที่ไหนบ้าง ไปกี่วัน มีกี่ประเทศ มีตั๋วเดินทางชัดเจนเสนอตนก็อนุมัติ แต่ถ้าศาลระบุว่าห้ามเดินทางออกนอกประเทศจะไม่ให้ออกก็แค่นี้เอง แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่มีการติดต่อเข้ามา ถ้ามีการขอมาจะส่งเรื่องไปถามศาลว่าจะให้ไปหรือเปล่า ถ้าศาลบอกว่าไปได้ก็ไปได้
ขู่ใช้อำนาจเด็ดสอบบัญชีพวกปากดี
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า วันนี้ตนได้สั่งการให้มีการเรียกคนที่ออกมาพูดในลักษณะข่มขู่ว่าจะเกิดความรุนแรงเหมือนกับภาคใต้มาชี้แจง เพราะจะพูดเช่นนี้ไม่ได้ การออกมาขู่รัฐบาลเช่นนี้ถือว่าผิดกฎหมายให้เรียกมาเพื่อพูดคุยกัน และถ้ายังพูดอีกต่อไปจะใช้อำนาจของตนระงับการเดินทางห้ามออกนอกประเทศ และจะต้องมีการตรวจสอบบัญชีการใช้จ่ายเงินทองต่างๆ เรื่องนี้มีมาตรการจากเบาไปหาหนัก
กาหัวให้ คสช.เรียกเข้าค่ายทหาร
เมื่อถามว่า นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แสดงความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองจะดำเนินการอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “เดี๋ยวผมจะให้ คสช.เรียกมา ผมพูดไปแล้วไม่ว่าใครออกมาพูดจะเรียกมาให้หมดทุกคน วันนี้ขอร้องว่าถ้ามองผมเป็นความหวังที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ ขอร้องว่าอย่าทำลายความหวังตรงนี้ ถ้าเห็นว่าผมเป็นความหวังเดียว เพราะที่ผ่านมามันไม่มีใครทำ ขอร้องว่าท่านอย่าทำลายความหวังเดียวของท่านถ้าคิดว่าผมเป็นความหวังของท่าน ฝากทุกคนด้วยเพราะถ้าเราไม่ทำวันนี้จะสายเกินไป อย่าให้ใครมากดดันรัฐบาล เราเป็นคนไทยมีเกียรติยศและศักดิ์ศรีของความเป็นไทย เราต้องภูมิใจในความเป็นไทยทำให้เห็นว่าคนไทยรักกัน แต่ถ้าคนไทยไม่ต้องการแบบนี้จะนำกลับไปสู่ความขัดแย้งอีก อย่างไรก็ไปไม่ได้เพราะจะเกิดความขัดแย้ง การเลือกตั้งถ้าทำได้ทำไปแต่ถ้าเลือกไม่ได้จะให้ทำอย่างไร ใครแก้ได้ก็มาทำไปหรือจะลากใครเข้ามาแก้ก็ยกประเทศไทยให้เขาไปทั้งหมด”
ยังให้เกียรติไม่เรียกตัว “ยิ่งลักษณ์”
เมื่อถามว่า เรียกนายสุรพงษ์มาปรับทัศนคติแล้วจะเรียก น.ส.ยิ่งลักษณ์มาด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวย้อนถามว่า “ใครพูดบ้างล่ะ สำหรับคุณยิ่งลักษณ์ผมให้เกียรติเขาตลอดมา ก็ต้องให้เกียรติกับเขาบ้าง ผมให้เกียรติกับเขามาตลอดในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี”
เมื่อถามว่า คิดว่าจะฝ่ากลุ่มที่ดิสเครดิตและต่อต้านรัฐบาลในขณะนี้ได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ต้องฝ่าไปได้ แต่ต้องทำได้ด้วยการสร้างความเข้าใจไม่ใช่ด้วยการใช้อำนาจ แม้แต่การเรียกตัวมาจะใช้ความเข้าใจพูดกับเขาดีๆ เขาก็เงียบ และเข้าใจ แต่เขาบอกว่าจำเป็นต้องแสดงความเห็นทางการเมือง แต่วันนี้มันไม่ใช่เวลาตรงนั้น ขอว่าอย่าไปพูดอะไรที่ทำให้เกิดความเสียหายกับประเทศ
เรื่องภายใน เมริกาคิดอะไรก็คิดไป
ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เรื่องข้อเสนอของนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วย รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงรายละเอียดไปแล้ว ตนไม่รู้สึกกดดันที่สหรัฐฯเรียกร้องให้ยกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึก เพราะเป็นเรื่องภายในประเทศ ประกอบกับคนไทยก็ไม่เดือดร้อนอะไรทุกสิ่งทุกอย่างก็เดินไปด้วยดี สหรัฐฯระบุว่า การถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นเรื่องการเมืองมากกว่ากระบวนการยุติธรรม ก็ให้คิดไป การถอดถอนเป็นเรื่องของกระบวนการนิติบัญญัติ ถือเป็นความผิดในอดีตที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 22 พ.ค.2557 อยากขอร้องว่าสิ่งใดที่ทำให้เกิดความแตกแยกในสังคมก็อย่าไปทำ เมื่อถามว่า การที่สหรัฐฯยังไม่ส่งเอกอัครราชทูตมาประจำที่ไทย สะท้อนนัยทางการเมืองระหว่างประเทศหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ ต้องไปถามกระทรวงการต่างประเทศ และสหรัฐฯคงมีวิธีการพิจารณาของเขาอยู่แล้ว ส่วนที่นายกฯสั่งให้ คสช.เรียกนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ เข้ารายงานตัว ถ้ามีพฤติกรรมก่อให้เกิดความแตกแยก สวนทางกับ คสช. ก็เรียกมาพูดคุยได้ ต้องดูพฤติกรรมดังกล่าวว่าสมควรหรือไม่ ที่ไปให้สัมภาษณ์อย่างนั้นต้องดูที่เจตนา
“วิษณุ” โดดป้องไม่มีขบวนการไล่ล่า
ที่สโมสรทหารบก วิภาวดีรังสิต นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการวิพากษ์วิจารณ์การลงมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นการไล่ล่าทางการเมืองว่า ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีความตั้งใจไล่ล่าทางการเมือง เคยได้ยินคนเสนอแนวทางลักษณะนี้มาแล้ว แต่ คสช.ไม่มีความประสงค์ที่จะทำ เชื่อว่ากรณีการถอดถอนคงไม่กระทบแนวทางปรองดอง ซึ่งการปรองดองมีหลายวิธี ทั้งการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม การอภัยโทษ นิรโทษกรรม การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ แต่การแก้ไขปัญหาไม่ได้จบที่การนิรโทษเพียงอย่างเดียว แม้ไม่มีการนิรโทษกรรมก็ปรองดองได้ แต่หากถึงจุดหรือเวลาที่เหมาะจะนิรโทษกรรม รัฐบาลก็จะทำ ซึ่งต้องออกกฎหมาย แต่ละฝ่ายต้องเข้าใจ และต้องมีคำตอบที่เหมาะสมเช่น การนิรโทษกรรม 66/23 สมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกฯ ถือเป็นช่วงเวลาเหมาะสม และสังคมต้องการ จึงออกมาโดยไม่มีปฏิกิริยาใดๆ แต่หากออกมาแล้วคนต่อต้าน แปลว่า มาผิดจังหวะ ส่วนกรณีผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก ไม่คิดว่าเป็นการแทรกแซงอะไร อยู่ที่ฝ่ายเราได้ไปพูดอะไรมากกว่า เพราะข่าวจากหนังสือพิมพ์ระบุว่า ฝ่ายเราไปพูดคุยกับสหรัฐฯ ซึ่งตนติดใจเรื่องนี้มากที่บอกว่า รัฐบาลกำลังเล่นละครอย่างการร่างรัฐธรรมนูญ
รบ.เลือกยึดความสุขคนไทย
ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวของนาย แดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ถือเป็นข้อห่วงใย เป็นเรื่องดีและเราก็รับทราบ แต่ เรามีหน้าที่จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ คือให้เป็นไปตามโรดแม็ปของ คสช. คือไปสู่การเลือกตั้งให้ได้ และต่างชาติก็จะให้การยอมรับ ในช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี เราควรช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ย่อมเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเรา
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นต่อการเมืองไทย และขอให้ยกเลิกกฎอัยการศึกของนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วย รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ เป็นไปโดยวิถีของประเทศที่เป็นประชาธิปไตย จะให้เขาพูดเออออห่อหมกไปกับเราคงไม่ใช่ รัฐบาลโดยรวมไม่ได้วิตกกังวลอะไร กระทรวงการต่างประเทศต้องชี้แจงอธิบายความถึงสิ่งที่นายแดเนียลไปปาฐกถา นายกฯก็ตอบเคลียร์แล้วทุกอย่างว่า ต้องยึดเอาความสงบสุขของประชาชนบ้านเมืองเราเป็นที่ตั้ง เลือกเดินทางนี้แล้วทิศทางดีขึ้น จะไปตอบรับสหรัฐฯทุกเรื่องคงเป็นไปไม่ได้ เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่างที่ ต่างเวลา เขาไม่เคยเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น
มทภ.1 ขู่ “ปึ้ง” ดื้อเจอตรวจเส้นทางเงิน
ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (ผบ.กกล.รส.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งการให้ คสช.เชิญนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ เข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจนั้นว่า ขณะนี้ตนได้รับทราบคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว สำหรับรายละเอียดจะเชิญมาพูดคุยวันใดนั้น ตนไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยจะมีทีมเจ้าหน้าที่ทหารของ กกล.รส.เป็นผู้พูดคุย ส่วนจะถึงขั้นต้องนำเข้าค่ายทหารเพื่อปรับทัศนคติหลายวันหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือ ถ้าให้ความร่วมมือก็ให้กลับบ้านได้ หากไม่ให้ความร่วมมือก็จะมีขั้นตอนต่อไปคือการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน
ไม่เลิกอัยการศึกโลกมองไทยย่ำแย่
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ออกมาเตือนรัฐบาลให้ยกเลิกกฎอัยการศึก รวมถึงให้มีเสรีภาพในการคิดเห็นและการแสดงออก แต่รัฐบาลกลับปฏิเสธ ถือเป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก หากประเทศไทยทำไม่ได้ จะทำให้ภาพพจน์แย่ในสายตาประชาคมโลก ไม่ต่างอะไรกับเกาหลีเหนือ จะส่งผลกระทบต่อการค้าการลงทุน หากสหรัฐฯออกมาตรการกีดกันการค้าด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจไทยที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ยิ่งแย่ไปกว่าเดิมอีก
ป่วยชักกระตุกขาดประชาธิปไตย
วันเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. โพสต์เฟซบุ๊กว่า การแสดงความกังวลต่อกฎอัยการศึกของนายแดเนียล รัสเซล แล้วถูกตั้งคำถามกลับจากทางการไทยว่าถ้าอเมริกาเป็นแบบเราบ้างจะทำอย่างไรเป็นข่าวใหญ่หลายฉบับ รัฐบาลแสดงออกคล้ายกับว่าเขาจนแต้มไม่มีคำตอบให้ แต่ผมเห็นว่าเขาเลือกที่จะเงียบตามมารยาททางการทูต เพราะถ้าตอบเขาคงบอกว่า “ไม่มีทางที่ประเทศเขาจะเป็นแบบนี้” บ้านเมืองเขาไม่มีเครือข่ายอนุรักษ์นิยมที่หยั่งรากลึกและทรงอิทธิพลแบบของเรา ไม่มีขบวนการสมคบคิดที่ซับซ้อน (แต่ล่อนจ้อนหมดแล้ว) ไม่มีการรัฐประหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฯลฯ ผมเชื่อว่าเขาถามตามหลักการและเชื่ออย่างยิ่งว่ารัฐบาลไม่เลิกกฎอัยการศึกแน่ แต่น่าจะอธิบายเสียหน่อย ไปถามคืนแบบนี้เท่ากับย้ำว่าของเราพิเศษ ไม่มีชาติใดเหมือนจริงๆ เหมือนเราป่วยมาหลายปีมีอาการชักกระตุก บางทีเป็นลมหมดสติ เพื่อนมิตรที่มีประสบการณ์เห็นตรงกันว่าเป็นโรคขาดประชาธิปไตยต้องรักษาด้วยวิธีสากลอาการจะทุเลา แต่เรายืนยันว่าโดนเสน่ห์ ยาแฝด ต้องแช่น้ำมนต์แล้วหวดด้วยหวายลงอาคม เพื่อนเป็นห่วง มาถามว่าวิธีนี้จะดีหรือ เราย้อนว่าถ้าเพื่อนโดนเสน่ห์แล้วไม่ใช้หวายลงอาคมเกิดกุมารทองเข้ามาแทรกอีกจะทำอย่างไร สิ่งที่เพื่อนทำได้ก็คงเดินจากไปเงียบๆ แบบแดเนียล รัสเซล
ปัดไม่มี ส.ส.อีสานตีจากเพื่อไทย
นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกระแสข่าวการย้ายพรรคของ ส.ส.ภาคอีสาน โดยเฉพาะในเขตจังหวัดอุบลราชธานี ว่า ขณะนี้อดีต ส.ส. และสมาชิกพรรคเพื่อไทยในเขตภาคอีสาน ยังไม่มีการเรียกประชุมอะไรกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทุกคนต่างทำงานกันไปตามภารกิจของตนเอง แต่ขอยืนยันว่ายังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลยเกี่ยวกับการย้ายพรรค ทั้งในส่วนของอดีต ส.ส. และสมาชิกในพื้นที่ ทุกวันนี้ก็มีข่าวลือจากทางสื่อเท่านั้น ขอย้ำว่าไม่มี
“ปึ้ง” ยังไม่ได้หนังสือ แต่พร้อมแจง
เมื่อเวลา 15.40 น. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะเชิญตนไปพูดคุยนั้น ได้ทราบจากข่าวบ้างแล้ว แต่ยังไม่เห็นหนังสือเชิญไปพูดคุย และไม่อยากแสดงความเห็นอะไรในขณะนี้ แต่หากมีหนังสือเมื่อไหร่ก็พร้อมไปพบเมื่อนั้น เพราะสิ่งที่ตนพูดเป็นการอธิบายในสิ่งที่นายแดเนียล รัสเซล รู้สึกกับประเทศไทย
คสช.บุกบ้าน “โอ๊ค” ปรามปลุกระดม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ สนช.มีมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกจากตำแหน่งสืบเนื่องจากโครงการรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 23 ม.ค.และจากนั้น คสช.ได้เชิญผู้ที่ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน รวมทั้งโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัววิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ ไปเข้ารายงานตัวเพื่อปรับทัศนคติ เช่น นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทยนั้น ปรากฏว่านายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่โพสต์ข้อความผ่านทางอินสตาแกรมโพสต์วันที่ 23 ม.ค. เป็นข้อความสีขาวบนพื้นสีดำว่า “พร้อมไหมพร้อม? พร้อมไหมคนไทย” และมีภาพสัญลักษณ์มือชูกำปั้นล้อมด้วยวงกลมใต้ข้อความ ในเย็นวันเดียวกันนั้นก็ได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารนำกำลังจำนวนหนึ่งบุกไปพบถึงบ้าน โดยนำรถลำเลียงกำลังพลเข้าไปถึงหน้าบ้าน แล้วเชิญนายพานทองแท้มาพูดคุยทำความเข้าใจ ปรับทัศนคติ ท่ามกลางความแตกตื่นตกใจของผู้พบเห็นและเพื่อนบ้านข้างเคียง และต่อมาตลอดช่วงวันที่ 24-28 ม.ค. ก็มีทหารส่งกำลังแวะเวียนเข้ามาสังเกตการณ์บริเวณบ้านของนายพานทองแท้อย่างต่อเนื่องทุกวัน ซึ่งเป็นที่น่าสังเกต ว่าหลังจากนั้นนายพานทองแท้ ก็ไม่มีการเคลื่อนไหวบนโลกโซเชียลออกมาอีกเลย
ปชป.ฉะลุงแซมพลาดทางการทูต
นายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วย รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ระบุถึงกรณีถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯว่ามีการเมืองแทรกแซงและส่งผลกระทบต่อการปรองดองว่า น่าแปลกที่นายแดเนียลไม่กล่าวถึงต้นตอของการถูกถอดถอน จึงเชื่อว่าผู้พูดจะได้รับความเสียหายเอง เพราะถือเป็นการดำเนินนโยบายทางการทูตที่ผิดพลาดและจะส่งผลกระทบต่อรัฐบาลสหรัฐฯเองในที่สุด ถ้าสหรัฐฯมองเพียงแค่รูปแบบ โดยไม่ดูเนื้อหาสาระของปัญหา แล้วด่วนสรุปว่าคนที่ได้รับการเลือกตั้งทำอะไรก็ถูกหมด ทั้งที่ผู้พูดก็มาจากการแต่งตั้ง จึงเข้าใจเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกเสียจากว่าผู้ช่วย รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของผู้กระทำความผิด เพราะรู้กันอยู่ว่ากลุ่มผู้ที่กระทำความผิดมีการว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ในสหรัฐฯหลายบริษัท เพื่อให้ข้อมูลที่บิดเบือน คำถามมีอยู่ว่า สหรัฐฯให้ความเคารพกับกระบวนการทางกฎหมายของประเทศอื่นมากน้อยเพียงใด
“วรงค์ ”ลาบวชขออโหสิกรรม “ปู”
วันเดียวกัน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส. พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โฟสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า กระผมขอกราบลาอุปสมบท ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงในวันที่ 31 ม.ค.ที่วัดธารน้ำไหล สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี กรรมอันใดที่กระผมได้ล่วงเกินท่าน ทั้งทางกาย วาจา ใจ โดยที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ทั้งที่รู้หรือไม่รู้ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง โดยประมาทพลาดพลั้งต่อท่าน โดยเฉพาะคุณยิ่งลักษณ์ คุณบุญทรงและคณะ ขอได้โปรดอโหสิกรรมและให้อภัยกระผมด้วย
กมธ.นัดแถลงจุดยืนโต้สหรัฐฯ
นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะเลขานุการคณะกมธ.ต่างประเทศ สนช. กล่าวว่า ในการประชุมคณะ กมธ.ต่างประเทศ วันที่ 28 ม.ค. ที่ประชุมได้หารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกรณีนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศ สหรัฐฯ เดินทางเยือนประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 ม.ค. และวิจารณ์เรื่องกระบวนการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งคณะ กมธ.เห็นว่าการแสดงความคิดเห็นกรณีการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ และการบรรยายมีความคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง ทางคณะ กมธ. ต่างประเทศ จึงขอนัดแถลงข่าวเพื่อแสดงจุดยืนต่อกรณีนี้ในวันที่ 29 ม.ค. เวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา ที่ผ่านมาสมาชิกสหภาพรัฐสภาสากล (ไอพียู) ก็ได้รับรองสมาชิกสภาพ สนช.เมื่อปีที่ผ่านมา โดยไม่มีการแสดงท่าทีต่อการลงมติถอดถอนแต่อย่างใด ทั้งยังส่งจดหมายเชิญให้มาร่วมประชุมกับประเทศสมาชิก ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในช่วงสิ้นเดือน มี.ค.ด้วย
กมธ.ไม่แตะคงอำนาจ ป.ป.ช. 9 ปี
อีกด้าน เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงว่า ที่ประชุมได้พิจารณา ภาค 3 นิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบภาครัฐ หมวด 2 การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ส่วนที่ 5 องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ตอนที่ 3 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สาระสำคัญ คือ คงจำนวน 9 คน มีวาระดำรงตำแหน่ง 9 ปี เป็นได้วาระเดียวเหมือนเดิม เนื่องจากเห็นว่า องค์กร ป.ป.ช.มีหน้าที่ดำเนินงานกึ่งตุลาการ จึงจำเป็นต้องมีความต่อเนื่องในการทำงาน นอกจากนี้ อำนาจหน้าที่ของป.ป.ช.ส่วนใหญ่ยังคงเหมือนรัฐธรรมนูญปี 2550
เล็งยุบรวม “กสม.–ผู้ตรวจการฯ”
นายคำนูณกล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังพิจารณาตอนที่ 4 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตอนที่ 5 ผู้ตรวจการแผ่นดิน กมธ.ส่วนใหญ่สนับสนุนให้ทั้ง 2 องค์กรนี้รวมกันและเปลี่ยนชื่อเป็นคณะผู้พิทักษ์สิทธิ มีกรรมการ 9-11 คน แบ่งหน้าที่ให้ชัดเจน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และประหยัดงบประมาณ แต่ กมธ.บางคนยังเห็นแย้ง เนื่องจากต่างมีกฎหมายแยกองค์กรและหน้าที่ชัดเจน แต่ปัญหาที่ผ่านมาขาดประสิทธิภาพในการทำงาน ควรปฏิรูปการทำงานมากกว่ายุบรวม กมธ.จึงให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อไปศึกษาข้อดีข้อเสียและการจัดโครงสร้างใหม่ในการควบรวมทั้ง 2 หน่วยงานเข้าด้วยกัน แล้วนำมาเสนอกมธ.ยกร่างฯ
ยุบ สป.เสนอรวมสมัชชาคุณธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการพิจารณาของกมธ.ยกร่างฯตอนที่ 8 ว่าด้วยการตรวจสอบโดยภาคประชาชน ที่ประชุมหารือการตัดบทบัญญัติที่ว่าด้วยสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดย กมธ.อภิปรายกันอย่างกว้างขวางกังวลต่อบุคลากรภายในสำนักงานของสภาที่ปรึกษาฯ ซึ่งได้ข้อสรุปมอบหมายให้นายชูชัย ศุภวงศ์ รองประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ 6 ไปพิจารณาการโอนย้ายบุคลากรไปอยู่ในส่วนองค์กรอื่นที่เหมาะสม โดยมีข้อสังเกตว่าควรนำไปรวมในสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ทั้งนี้ กมธ.ยกร่างฯ ปรับตารางเวลาการทำงานใหม่ กำหนดให้ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จก่อนวันที่ 3 เม.ย. วันที่ 6-10 เม.ย.ทบทวนร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราทั้งฉบับ จากนั้นวันที่ 17 เม.ย.จะส่งร่างรัฐธรรมนูญให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) พิจารณา เบื้องต้นคาดว่านายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. จะบรรจุวาระพิจารณาช่วงวันที่ 20-28 เม.ย. และกมธ.ยกร่างฯ เตรียมออกไปพิจารณาการยกร่างฯที่ต่างจังหวัด ในวันที่ 23-28 ก.พ.และช่วงปลายเดือน มี.ค.
“วิษณุ” แนะหาฤกษ์ดีคลอด รธน.
ที่สโมสรทหารบก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมกับสมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้า จัดงานปาฐกถาพิเศษเรื่อง “พระผู้ให้กำเนิดประชาธิป– ไตย” เพื่อเทิดพระเกียรติในวโรกาส 120 ปี พระบรม ราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชา ธิปกฯ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า รัฐธรรมนูญฉบับแรกมีขึ้นวันที่ 27 มิ.ย.2475 รัชกาลที่ 7 เป็นผู้พระราชทาน โดยรัชกาลที่ 7 ทรง มีส่วนร่วมวางแนวทางรัฐธรรมนูญ เมื่อร่างเสร็จแล้วก็ให้โหรดูฤกษ์ยาม โหรกำหนดให้วันที่ 10 ธ.ค. เป็น วันพระราชทานรัฐธรรมนูญครั้งแรก วันนี้เรามีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 20 ฉบับ และกำลังร่างฉบับที่ 21 อยู่ 20 ฉบับที่ผ่านมาไม่มีฉบับใดใช้ได้ยืนยาวเหมือนฉบับแรกที่ใช้มาถึง 14 ปีแล้ว ยังวนกลับมาใช้อีก 7 ปี รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังร่างกันต้องดูฤกษ์ให้ดี เพื่อให้ยาวกว่า 14 ปี
“จตุพร” เจอคุก 2 ปีหมิ่นฯ “อภิสิทธิ์”
เวลา 10.00 น. ที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษา คดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่น โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 11 ต.ค.52 จำเลยขึ้นเวที นปช.บริเวณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กล่าวหาว่า นายอภิสิทธิ์ประวิงเวลาทำความเห็นเพื่อเสนอสำนักราชเลขาธิการ พิจารณาผู้ร่วมลงรายชื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และกรณีเมื่อวันที่ 17 ต.ค.52 จำเลยปราศรัยที่เวทีหน้า ทำเนียบรัฐบาลกล่าวหานายอภิสิทธิ์ว่าเป็นอาชญากรและฆาตกรสั่งฆ่าประชาชนเผยแพร่ผ่านสถานีโทรทัศน์พีเพิล แชนแนล ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี ไม่รอ การลงโทษ และให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาย่อในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ เดลินิวส์ มติชน เป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน ทั้งนี้ ให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีที่ ได้กล่าวหมิ่นประมาทโจทก์ ให้จำคุก 6 เดือน และ ปรับ 5 หมื่นบาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี
หลังฟังคำพิพากษา นายจตุพรไม่มีท่าทีวิตก ยิ้มแย้มเป็นปกติก่อนเจ้าหน้าที่จะคุมตัวไปให้ห้องควบคุมตัวบุคคลสำคัญ จากนั้นนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนายจตุพร ยื่นคำร้องพร้อมหลัก ทรัพย์เงินสด 2 แสนบาทขอปล่อยชั่วคราว ต่อมาเวลา 14.00 น. ศาลพิจารณาคำร้องพร้อมหลักทรัพย์แล้วอนุญาตปล่อยชั่วคราว
ชาวสวนยางใต้ชุมนุมใหญ่ร้อง “ป๋าเปรม”
อีกเรื่อง นายไพรัช เจ้ยชุม ประธานเครือข่ายชาวสวนยางพาราจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า รัฐบาลและ คสช.ประสบความล้มเหลวในการแก้ปัญหาราคายาง พาราของประเทศมาโดยตลอด โครงการที่รัฐบาลนำขึ้นมาช่วยเหลือชาวสวนยางพารานั้น ไม่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวสวนยางพาราได้เลย ไม่ว่าจะเป็นโครงการเงินกู้ โครงการมูลภัณฑ์กันชน การที่รัฐบาลมอบหมายให้องค์การสวนยาง (อสย.) เข้ามารับซื้อยางแผ่นรมควันจากเกษตรกรในราคา กก.ละ 63 บาท เอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มนายทุน ส่วนสถาบันเกษตรกร และเกษตรกรรายย่อยได้รับ ประโยชน์เพียงน้อยนิด โดยเฉพาะในตลาดกลางใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ผู้นำยางแผ่นรมควันไปขายล้วนแล้วแต่กลุ่มนายทุน ส่วนเกษตรกรรายย่อยกว่าจะขายยางได้ต้องใช้เวลาเกือบ 3 วัน เมื่อรัฐบาลชุดนี้มองไม่เห็นความสำคัญและความเดือดร้อนของชาวสวนยางพาราทั่วประเทศ เครือข่ายชาวสวนยาง พารา 14 จังหวัดภาคใต้ และตัวแทนเครือข่ายชาว สวนยางพาราจากภาคต่างๆ ไม่น้อยกว่า 30 จังหวัด จะนัดประชุมครั้งใหญ่ในวันที่ 30 ม.ค. ที่โรงแรมวัฒนาปาร์ค จ.ตรัง เพื่อหาบทสรุปการขับเคลื่อนของเครือข่าย และแนวทางการแก้ปัญหาราคายาง พาราที่ยั่งยืน จากนั้นทางเครือข่ายจะนำบทสรุปดังกล่าวเข้าร้องทุกข์เพื่อขอความช่วยเหลือจาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ต่อไป
“บิ๊กตู่” ลั่นชาวสวนยางห้ามชุมนุม
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเครือข่ายชาวสวนยางภาคใต้ เตรียมนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 30 ม.ค. เรียกร้องแก้ปัญหาราคายางตกต่ำว่า ชุมนุมไม่ได้ ตอนนี้ได้สั่ง คสช.ให้ไปดูแล้วว่ามีปัญหาตรงไหน ก่อนหน้านี้ราคายางแผ่น กก.ละไม่ถึง 80 บาท จะขอให้ได้ 80 บาท ตอนนี้ทำให้ยางแผ่นได้ที่ 60 บาท จะขอให้ขึ้นราคาน้ำยางเป็น 80 บาท มันได้ หรือไม่ ขอต่อไปเรื่อยอย่างนี้ไม่ได้ ตอนนี้เรากำลังแก้ไขทั้งระบบด้วยการนำยางมาใช้ในประเทศ และค้าขายข้างนอก ซึ่งต้องใช้เวลาทั้งนั้น เรื่องนี้ไม่ห่วง สื่ออย่าไปปั่นให้เขาออกมา ถ้าออกมาก็เพราะสื่อ ทำไมไม่นึกถึงอาชีพอื่นบ้าง ทำไมไม่ขอรัฐบาลมา อย่างนั้นก็ขอมาให้หมดเลยแล้วกัน ทั้งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ค้าขาย รัฐบาลเงินไม่มีแล้วเดี๋ยวออกเป็นบัตรอะไรสักอย่าง
สั่งเช็กเกษตรกรตัวจริงหรือปลอม
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตอนนี้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังไปตรวจสอบข้อมูลว่าผู้ที่จะออกมาชุมนุมนั้นเป็นเกษตรกรตัวจริงหรือมีคนอยู่เบื้องหลัง แล้วตัวเกษตรกรเองเคยให้ความร่วมมือรับรัฐบาล ร้อยเปอร์เซ็นต์บ้างหรือให้จดทะเบียนก็ไม่จด ไปทำในพื้นที่บุกรุกก็ยังทำ วันนี้ที่ราคาตกเพราะมีการทำสวนยางในพื้นที่ผิดกฎหมายแล้วจะทำอย่างไร ถ้าเจ้าหน้าที่ไปจับก็เดือดร้อนและออกมาเดินขบวนกันอีก มันผิดกฎหมายแต่ตนไม่จับเขาไง ถ้าจะช่วย– เหลือให้ได้คือลดจำนวนเงินช่วยเหลือลง และก็ไป จับคนพวกนี้ให้หมด รวมกลุ่มกันแล้วมาขออนุโลมขอทำกินในพื้นที่ที่มีปัญหาไปก่อน เช่น จะเข้าเป็นระยะเวลาได้หรือไม่ให้มันถูกกฎหมายบ้างก็ไม่เอาสักอย่าง ถ้ารัฐบาลเอาเงินไปช่วยคนเหล่านี้แล้วประชาชนส่วนอื่นจะได้อะไร เมื่อถามว่า จะให้คนในพื้นที่ช่วยทำความเข้าใจกับเกษตรกรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ช่วยไปทุกทางแล้ว แต่คนจะเอาเงิน
“อุ๋ย” ฉุนสื่อเมินลงแต่ข่าวนายกฯ
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เชิญ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รอง นายกฯ เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลและความเห็นเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธรนำเอกสารมาแจกให้แก่ กมธ.เพื่อประกอบการชี้แจง โดยระหว่างกล่าวชี้แจง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ได้กล่าวตำหนิสื่อมวลชนเป็นระยะๆ เช่นว่า เอกสารแจกนักข่าว แต่มันก็ไม่ ลงกัน เมื่อ กมธ.คนหนึ่งถาม ม.ร.ว.ปรีดิยาธรว่า ผลงานรัฐบาลไม่ปรากฏเป็นเพราะอ่อนประชาสัมพันธ์ใช่หรือไม่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรตอบว่า ประชาสัมพันธ์ของกระทรวงไม่อ่อน แต่ผู้สื่อข่าวเขาเทียบระหว่างตนพูดกับนายกฯพูด น้ำหนักนายกฯดีกว่าแล้วก็ไม่ลงของตนเลย
“ท่านนายกฯก็เป็นคนที่มีอะไรก็พูดตามนั้นเลย แต่ไอ้พวกบ้าเนี่ย ข่าวที่ออกไปอย่างเซียนๆมันไปบิดนิดเดียว เรื่องอีกเรื่องที่เราชี้แจงไม่มีเลย ไอ้สิ่งที่ผมมาพูดทั้งหมดในวันนี้นะ นั่งคุยกับมันแล้ว ด้วยซ้ำไปนะ มันยังไม่ลงเลยเพราะมันไม่สนุก มันไม่มีความขัดแย้ง แต่ผมไม่มีหน้าที่ขัดแย้งใช่รึเปล่า”
Subscribe to:
Post Comments (Atom)







0 comments:
Post a Comment