• put your amazing slogan here!

    ประวิตร' ยันจำเป็นคงอัยการศึก แต่ใช้กฎหมายปกติเป็นหลัก
    โดย ทีมข่าวการเมือง 27 ม.ค. 2558 17:58
     903 ครั้ง

    "ประวิตร" ยันจำเป็นต้องคงกฎอัยการศึก แม้จะใช้กฎหมายปกติเป็นหลัก แจง มทภ. เรียก "สิงห์ทอง" เข้าพบเพื่อปรับทัศนคติ ไม่ถึงขั้นต้องควบคุมตัว ...
    เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 27 ม.ค. ที่อาคารรับรองเกษะโกมล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ คสช.ครั้งที่ 2 ว่า การทำงานยังคงเน้นคู่ขนานไปกับรัฐบาล เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ คสช. มุ่งสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาเร่งด่วน ทั้งการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ โดยผลักดันให้ราคายางอยู่ในระดับ 80 บาทต่อกิโลกรัม จึงขอให้เกษตรกรชาวสวนยางอดทน
    ทั้งนี้ นายกฯ ได้สั่งให้เร่งติดตามการทำงานของทุกส่วนราชการให้เกิดความรวดเร็วตามโรดแม็ป ไม่ใช่จะมาจับผิดข้าราชการ ซึ่งเราไม่มีหน้าที่ประเมินการทำงานของรัฐมนตรี แต่เป็นเรื่องของนายกฯ ที่จะประเมิน
    พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่แม่ทัพภาคที่ 1 เรียกนายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทยเข้าพบ ว่าเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลและ คสช.ยอมไม่ได้ หากจะมีการกระทำใดๆ ที่ก่อให้เกิดความแตกแยก ดังนั้นหากพบการดำเนินการที่จะสร้างความแตกแยกและไม่ปรองดอง ก็ต้องเชิญมาพูดคุยทำความเข้าใจเฉพาะผู้ที่กระทำผิดเท่านั้น โดยไม่ถึงขั้นควบคุมตัวนายสิงห์ทอง ทั้งนี้ ไม่ต้องการไล่ล่าใคร เพราะไม่ต้องการแก้แค้นหรือเป็นศัตรูกับใคร และขอยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่ได้พบกับอดีตนักการเมืองคนใด รวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
    ส่วนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พบกับผู้แทนสหรัฐฯ จะมีนัยทางการเมืองหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คงเป็นการพูดคุย ไม่ได้สร้างความแตกแยกสามารถทำได้ ซึ่งเราไม่ได้ห้าม ส่วนที่สหรัฐฯ แสดงท่าทีกังวลใจกับการใช้กฎอัยการศึกนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศมีการปกครองของตนเอง รวมทั้งไทยมีแนวทางการดำเนินงานภายใน ถือว่าสถานการณ์ขณะนี้สงบเรียบร้อย สามารถเดินหน้าได้ทุกด้าน โดยไม่ได้ปิดกั้นใคร ซึ่งหากใครจะเสนอประเด็นใดก็มีช่องทางแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ ยืนยันว่าแม้จะมีกฎอัยการศึก แต่ยังคงใช้กฎหมายปกติเป็นหลัก ซึ่งต้องพิจารณาถึงสถานการณ์ในประเทศขณะนี้ว่า ยังจำเป็นต้องคงประกาศกฎอัยการศึกไว้ และขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจเพราะขณะนี้ไม่ใช่รัฐบาลปกติ.
    ที่มา www.thairath.co.th


    0 comments:

    Post a Comment