พรเพชร โต้ ผู้ช่วยรมต.กต.สหรัฐฯ ยัน ถอดถอนถูกต้อง
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2558 13:35
1,989 ครั้ง
พรเพชร ไม่แปลกใจ ผช.รมต.มะกัน เหน็บ ไม่สนบริบทชาติอื่นแตก เหนือ-ใต้ ยัน สนช.มีเป้าหมายเลือกตั้ง-ประชาธิปไตย ย้ำ ถอดถอนถูกต้อง ยกสหรัฐฯก็มี "อิมพีชเมนต์" ปัด ไล่ล่า เล็งใช้เวที "ไอพียู" แจง
วันที่ 29 ม.ค. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงถึงกรณี นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา แสดงความเห็นกรณีการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถูกการเมืองแทรกแซง และมีผลกระทบต่อความปรองดอง และการใช้กฎอัยการศึกของรัฐบาลไทย ว่า ตนไม่รู้สึกแปลกใจที่นายแดเนียล มาพบปะในเชิงที่ไม่ถูกต้องในระเบียบทางการทูต ซึ่งลักษณะแบบนี้กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ทำเป็นประจำ แต่ก็ยังดีกว่าการที่ส่งสปาย สายลับซีไอเอ ที่ส่งไปแทรกแซงกิจการภายในของประเทศต่างๆ ซึ่งเราก็เห็นว่า การกระทำของนายแดเนียล ใช้นโยบายนี้เพราะถือว่า ตัวเองเป็นประเทศมหาอำนาจ
นายพรเพชร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สนช.ถูกตั้งขึ้นภายหลังรัฐประหารเพื่อให้ประเทศไทย มีการปกครองในระบอบนิติรัฐ ที่ยึดกฎหมายเป็นหลัก ซึ่ง คสช.ก็เปลี่ยนถ่ายอำนาจเป็นระบบนิติรัฐ เพื่อเปลี่ยนถ่ายไปสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืนของประเทศไทย ดังนั้น การเดินหน้าประชาธิปไตยของประเทศไทย อาจมีมิติมุมมองที่ไม่เหมือนในบางเรื่อง เช่น อเมริกาเข้าไปในหลายประเทศ ทั้งในตะวันออกกลาง เอเชีย โดยอเมริกามองเพียงอย่างเดียวว่า การเลือกตั้ง คือ ประชาธิปไตย ซึ่งหากมีการเลือกตั้งเมื่อไรก็พอใจแล้ว โดยไม่สนใจบริบทอย่างอื่น ไม่สนใจว่า ประเทศชาติจะแบ่งเป็นกี่ฝ่าย เป็นเวียดนามเหนือ เป็นเวียดนามใต้ เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ หรือ จลาจลเกิดขึ้นในบ้านเมือง ซึ่งอเมริกาไม่เคยคำนึงถึงเรื่องนั้น
นายพรเพชร กล่าวอีกว่า ในมุมมอง คสช. ได้เห็นเหตุการณ์บ้านเมืองไทย ตลอดโดยเฉพาะ 6 เดือนก่อนรัฐประหาร ผู้คนไม่พูดจา แบ่งเป็นฝักฝ่าย ถึงขนาดมีการใช้อาวุธสงคราม คนออกมาประท้วงเต็มถนน คสช.จึงมุ่งหน้าเข้ามาปัดกวาดบ้านเมือง และปูพื้นฐานไปสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน โดยมีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม สะท้อนให้เห็นเสียงของประชาชน และประชาธิปไตยที่ยั่งยืนนั้น ก็ต้องเข้ากับขนบธรรมเนียม ประเพณี และสิ่งที่ยึดเหนี่ยวประชาชน คือ มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตนเข้ามาทำงานกับ คสช. ด้วยอุดมการณ์เดียวกัน คือ มองประชาธิปไตยที่ยั่งยืนในบริบทของประเทศไทย มีจุดมุ่งหมาย คือ มีการเลือกตั้งเพื่อประชาชนที่สะท้อนความต้องการของประชาชนที่แท้จริง
ประธาน สนช. ยังกล่าวถึงกรณีการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ขอยืนยันว่า สนช.ดำเนินการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หากจะพูดว่าเป็นเรื่องการเมืองก็คงใช่ แต่เป็นไปตามหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ โดยกระบวนการถอดถอนเป็นไปตามหลักนิติธรรม และหลักนิติรัฐ ยืนยันว่า เป็นกระบวนการตามระบบรัฐสภา และสหรัฐฯก็เคยใช้การถอดถอนทางการเมืองคือ อิมพีชเมนต์ถึง 2 กรณี คือ 1.ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน ที่ใช้อำนาจส่งเจ้าหน้าที่ไปสอดแนมพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม 2.กรณีประธานาธิบดี บิล คลินตัน ที่ไปยุ่งกับเลขาฯส่วนตัว แต่ข้อกล่าวหาเขาระบุว่า ขัดขวางกระบวนการยุติธรรมและให้การเท็จ ผู้ถอดถอนในรัฐสภาสหรัฐฯตามรัฐธรรมนูญของเขา
ผมขอสรุป ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอเมริกา ยืนอยู่ในความร่วมมือทุกมิติ ทั้งการเมือง การทหาร การสังคม และเศรษฐกิจ ซึ่งนายแดเนียล เข้ามาก็มาพูดถึงเรื่องนี้ แต่กลับสรุปโยงเรื่องถอดถอน และกฎอัยการศึก มาปนกัน หากนำไปเปรียบเทียบกับสหรัฐฯ ก็ต่างกันแน่นอน" นายพรเพชร กล่าว
เมื่อถามว่า นายแดเนียล ระบุว่า การถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ครั้งนี้เป็นการไล่ล่า นายพรเพชร กล่าวว่า ยืนยันว่า การไล่ล่าไม่ได้อยู่ในบริบทคำพูดของตน แต่เชื่อว่าเป็น คำพูดของสื่อมวลชน ทั้งนี้ ยืนยันว่า สนช.ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ไล่ล่าใคร ทั้งนี้ รัฐสภาไทย คงไม่ทำหนังสือแสดงจุดยืนไปยังรัฐสภาสหรัฐฯ เพราะไม่ได้ก้าวล่วงอะไรกัน แต่เราจะใช้เวทีรัฐสภาโลก (ไอพียู) ในการชี้แจง
Subscribe to:
Post Comments (Atom)







0 comments:
Post a Comment