• put your amazing slogan here!

    ไม่ได้ส่ง‘สัญญาณ’ ‘บิ๊กตู่’โวย อัดนักข่าวถามงี่เาง่




    บิ๊กป้อมชัวร์วันโหวต-เอาอยู่ สนช.บอกใบ้ดูมติประชุมลับ ‘จตุพร’ให้แดงใจเย็นๆ-มีสติ

    “ประยุทธ์” อารมณ์เสียสื่อตามซักปมถอดถอน เสียงแข็งไร้ใบสั่งเชือด “ปู” ว้าก ลั่นอย่ามาถามอะไรงี่เง่า ตะเพิดส่งไปถามหมอดู ท้าลั่นทีมทนายฟ้องกลับ สนช. ปิดประตูปรองดองคนทำผิด ชี้สงสารได้แต่ไม่ให้อภัย “บิ๊กป้อม” ยันไม่มีล็อบบี้เสียง สนช. มั่นใจอัยการศึกคุมอยู่วันโหวตไม่วุ่น “ทวีศักดิ์” ฟุ้งมีข้อมูลฟันเต็มกำมือ 99.99% “นิพนธ์” บอกใบ้ให้ดูผลตามมติวันประชุมลับ ด้าน “ขุนค้อน” ทำใจแล้วมีธงบงการ พท.เตือนสติ สนช.น้ำดีคิดให้หนัก ใช้อำนาจไม่ชอบธรรม “จตุพร” ส่งซิกเสื้อแดงนิ่งไว้ หวั่นกลายเป็นแพะ ป.ป.ช.ชี้มูล “บุญทรง” พร้อมพวก 11 ราย คดีจีทูจีข้าว ปฏิเสธเร่งเกมกดดัน สนช. กมธ.ตั้งกฎเหล็กผู้พิพากษาอดนั่งตำแหน่งการเมือง-บอร์ดรัฐวิสาหกิจ ห้ามลงโทษย้อนหลังเฉพาะคดีอาญา ม็อบสวนปาล์มฮึ่มจี้ รบ.ทบทวนนำเข้าปาล์มน้ำมัน “บิ๊กตู่” ปลอบแก้ขาดแคลนสั่งเข้าแค่ 5 หมื่นตัน
    ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีใบสั่งจากผู้มีอำนาจชี้นำการตัดสินใจของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในการลงมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันเสียงแข็งว่ารัฐบาลและ คสช.ไม่เคยมีใบสั่งใดๆ“บิ๊กตู่” ว้ากอย่าถามงี่เง่าใบสั่งสอย “ปู”
    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ม.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า คสช.ส่งสัญญาณไปให้ สนช.กรณีการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า “ให้ไปถามหมอดูสิ” เมื่อถามว่า แต่นายกฯควรจะชี้แจงให้ชัดเจนจะได้หายสงสัย พล.อ.ประยุทธ์ตอบด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์ว่า “ใครสั่งล่ะใครสั่ง ก็ไม่มีไม่เห็นมีใครไปสั่ง ใครพูดก็ไปถามคนนั้น อย่ามาถามอะไรงี่เง่า” เมื่อถามย้ำว่า แต่ฝ่ายการเมืองก็ออกมาวิจารณ์ว่า คสช.มีการส่งสัญญาณไป พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็ไปถามนักการเมืองสิ ไม่มีการส่งสัญญาณอะไรทั้งนั้น ใครพูดก็ให้ไปถามคนนั้น ไม่มีอะไรทั้งสิ้น”
    ท้าทีมทนายฟ้องกลับ สนช.
    ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ให้สัมภาษณ์ถึงการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอีกครั้งว่า ใครอยากวิจารณ์ก็วิจารณ์ไป เป็นเรื่อง สนช.ต้องเข้าใจว่า สนช. ตั้งขึ้นมาเพื่อทำงานแทนสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อไปลงโทษใครเป็นหลัก ส่วนที่ทนาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ขู่ว่าจะมีการฟ้อง สนช.หากถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้นก็ขู่ไป ฟ้องได้ก็ฟ้องมา ผู้สื่อข่าวถามว่า การพูดเช่นนี้เป็นการข่มขู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ไม่รู้ ผมไม่กลัว”
    เมื่อถามว่า วันลงมติถอดถอนในวันที่ 23 ม.ค.นายกฯเป็นห่วงจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า มีไม่ได้ จะมีด้วยเหตุผลอะไร ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเคารพกฎกติกา กฎหมายบ้านเมืองกันเลยหรืออย่างไร ถ้าประชาชนส่วนใหญ่อยากทำอย่างนั้นก็โอเค แต่ตนไม่ให้ทำ ถ้าทุกคนจะทำตามใจชอบก็ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว ทุกอย่างต้องว่ากันด้วยหลักฐาน ข้อเท็จจริง เราจะไม่เคารพกันเลยหรืออย่างไร
    ปิดประตูไม่ปรองดองคนทำผิด
    ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จะทำให้เกิดความขัดแย้งตามมาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่รู้ รอให้เขาตัดสินมาก่อน ส่วนที่มีการนำไปโยงกับการปรองดองนั้นพูดมาหลายรอบแล้ว การทำผิดกฎหมายจะปรองดองได้หรือไม่ทุกคนก็รู้ดี ถ้าอย่างนั้นคนฆ่าคนตาย คดโกง ทุจริต ต้องปรองดองหมดอย่างนั้นหรือ ลองไปคิดดูว่าจะเอาความรุนแรงมาต่อต้านการทำงานของรัฐบาลได้ไหม จะเอามวลชน เอาอาวุธออกมา หรือจะใช้การเรียกร้องต่างชาติเข้ามาแก้ไขปัญหาในประเทศเรา อย่างนี้มันสมควรไหม สื่อเห็นด้วยหรือไม่ ผิดหรือถูกทุกคนรู้ดี การสร้างความปรองดองรัฐบาลทำมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมีแนวคิด ทุกคนต้องเข้าใจว่าปรองดองคืออะไร ต้องทำให้เกิดความปรองดองก่อน คือการพูดคุยกัน ไม่ทะเลาะกัน กฎหมายต้องเป็นไปตามกฎหมาย ถ้ารับโทษทางกฎหมายแล้ว ติดคุกแล้ว มาสู่ขั้นตอนการขออภัยโทษ หรือการนิรโทษ แต่ต้องเข้าใจว่าการนิรโทษในเรื่องที่มีการทุจริตก็เป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะคดีการเมือง เพราะถือเป็นคดีอาญา
    สงสารได้ แต่ทำอะไรไม่ได้
    เมื่อถามว่า กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่เข้าข่ายการขออภัยโทษใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ เมื่อถามว่า กรณีการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์มีความสงสารส่วนตัวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า สงสารใคร สงสารได้ไหมคนทำความผิด ถ้าทำผิดแล้วสงสารได้ไหม ซึ่งหมายรวมถึงทุกคนไม่ได้เจาะจงใครคนใดคนหนึ่ง ถ้าทำผิดก็สงสาร แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องกฎหมาย อย่าไปทำผิดกฎหมายแล้วกัน
    ต่อข้อถามว่า ถ้า สนช.มีมติออกมาอย่างใดอย่างหนึ่ง จะเป็นบรรทัดฐานในกระบวนการกฎหมายต่อไปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า คนละเรื่อง คนละประเด็น กฎหมายเขาพิจารณาโดยนักกฎหมาย ผู้พิพากษา มีกระบวนการพิจารณาหลายกระบวนการ การตัดสินจะถูกหรือผิดอยู่ที่ สนช.ในฐานะที่ทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เมื่อถามว่า ไม่ได้โยงไปถึงคดีอาญาที่อัยการสูงสุดกำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า มันคนละกระบวนการ การถอดถอนของ สนช.เป็นกระบวนการ ในสภาฯ แต่อีกเรื่องที่มีการแจ้งความในคดีอาญาหรือแพ่ง ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในคดีการเมือง
    เมิน “พระสุเทพ” แนะใช้อำนาจเฉียบ
    เมื่อถามถึงกรณีที่พระสุเทพ ปภากโร อดีตแกนนำ กปปส.แนะนำให้นายกฯใช้อำนาจให้เด็ดขาด พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็ขอนมัสการ เมื่อถามว่า จะฝากอะไรถึงหลวงลุงไหม พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า กราบนมัสการปีใหม่ คิดว่าทุกคนเป็นคนไทยก็ต้องให้กำลังใจกัน แม้แต่สื่อมวลชนตนเองอาจจะหงุดหงิดไปบ้าง แต่เป็นเรื่องธรรมดาเพราะคุ้นเคยกัน ไม่มีอะไรหรอก เมื่อถามว่า ที่หงุดหงิดนี่เป็นเรื่องปกติใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ปกติหรอก เพราะปกติตนเป็นคนอารมณ์ดี แต่เรื่องมันเยอะ
    ผู้สื่อข่าวถามถึงกำไลข้อมือที่ใส่เป็นเคล็ดอะไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “หินสี ลูกสาวซื้อให้ใส่ เขาเชื่อว่าหินมันเย็น ใส่แล้วอารมณ์จะเย็นลง แต่ไม่เห็นจะเย็น อารมณ์เสียแต่เช้า”
    ให้แยกแยะ “ตั้ง”-เงินบริจาคยูเอ็น
    ต่อข้อถามถึงกรณีนายตั้ง อาชีวะ หรือนายเอกภพ เหลือรา ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบัน ลี้ภัยไปอยู่นิวซีแลนด์ โดยการช่วยเหลือของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เราทำเรื่องไปแล้ว แต่ก็ยังเฉยๆอยู่ เขาอ้างว่าเป็นการดูแลทางด้านสิทธิมนุษยชน เราจะทำอย่างไรได้ เมื่อถามถึงกรณีคนไทยบางที่เคยบริจาคเงินสนับสนุนยูเอ็นเอชซีอาร์จะแห่ไปถอนเงินบริจาค พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า อยากให้สื่อช่วยอธิบายว่าไม่เกี่ยวกัน ต้องแยกแยะกันคนละเรื่อง กรณีนิวซีแลนด์เชื่อว่าคงจะมีการพิจารณา เพราะมีการต่อต้านแบบนี้เขาคงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ และกระทรวงการต่างประเทศได้ทำหนังสือไปแล้วทุกประเทศ 7-8 ประเทศที่มีคนเหล่านี้หลบไปอยู่ แต่ยังไม่ตอบกลับมา เราก็ทำอะไรไม่ได้ เราเองก็ไม่เข้มแข็ง พอที่จะไปต่อสู้กับทั้งโลก รอให้เราเป็นมหาอำนาจก่อนค่อยคิดแบบนั้น ยูเอ็นเอชซีอาร์ที่รับเงินบริจาคไปก็ไปช่วยคนทั้งโลก ไม่ใช่ไปช่วยนายตั้ง ต้องแยกแยะ
    บ่นสื่อเสนอแต่ปมถอดถอน
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงแนวทางการประชาสัมพันธ์การทำงานของรัฐบาลว่า ที่ผ่านมาตนพูดทุกเรื่อง พอพูดมากหาว่ารู้ทุกเรื่อง ซึ่งตนเป็นคนสั่งทุกเรื่องก็ต้องรู้ทุกเรื่อง เราทำงานเชิงรุกมาตลอด และสื่อมวลชนช่วยถ่ายทอดให้ถึงประชาชน วันนี้ตั้งแต่เช้ามาพูดแต่เรื่องฟ้องร้อง ถอดถอน ทำให้ไม่เป็นที่น่าสนใจไม่ได้หรือ คดีอื่นมีตั้งหลายคดี คดีอาชญากรรม ปล้นธนาคาร ไปดูให้เขาสิ
    “บิ๊กป้อม” โบ้ยงาน สนช.รัฐบาลไม่เกี่ยว
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ คสช.ในวันที่ 20 ม.ค.ว่า จะคุยกันทุกเรื่องไม่ได้เน้นเรื่องใดเป็นพิเศษ เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญทุกเรื่อง เพื่อเร่งรัดแก้ปัญหาให้ประชาชน คงไม่ได้หารือถึงการพิจารณาลงมติคดีถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายสมศักดิ์ และนายนิคม เพราะเป็นกระบวนการทำงานของ สนช.ตามอำนาจหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล จึงไม่มีความกังวลใดๆ และไม่น่าจะมีความขัดแย้งอะไรเกิดขึ้น เมื่อถามว่าในวันที่ 23 ม.ค.ที่จะลงมติคดีถอดถอน คสช.กำชับสมาชิก สนช.สายทหารเพื่อลงมติหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การทำหน้าที่ของทหารเป็นเรื่องบทบาทหน้าที่แยกกันระหว่างการเป็นทหารกับ สนช.ส่วนจะมีการล็อบบี้การออกเสียงลงมติหรือไม่เป็นเรื่องภายในของ สนช.และหากจะมีการล็อบบี้เกิดขึ้นก็เป็นการดำเนินการของ สนช.ไม่เกี่ยวอะไรกับ คสช.คนละส่วนกัน และไม่เกี่ยวอะไรกับตน อาจเป็นการพูดคุยระหว่างกลุ่ม
    อัยการศึกเอาอยู่วันโหวตไม่ยุ่ง
    “ผมพูดไปหลายครั้งแล้วว่า คสช.ไม่ได้มีใบสั่งชี้นำใครทั้งนั้น การลงมติถอดถอนเป็นเรื่องของ สนช.เป็นคนละส่วนกัน ผมยืนยันเลยว่ารัฐบาลและ คสช.ดูแลสถานการณ์ทุกอย่างให้เกิดความเรียบร้อยตามที่มีประกาศกฎอัยการศึก ให้บ้านเมืองสงบ คงไม่ได้เพิ่มการดูแลเป็นพิเศษเฉพาะช่วงวันลงมติคดีถอดถอนอย่างเดียว” พล.อ.ประวิตรกล่าว
    สนช.โอ่ข้อมูลเชือดเต็มมือ 99.99%
    ขณะที่นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สนช. กล่าวว่า กรณีที่ สนช.ไม่ให้ตัวแทนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบข้อซักถามโครงการรับจำนำข้าวแทน ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้ยื่นญัตติคำถามที่ต้องการถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์เพียงคนเดียว ที่ประชุมจะดำเนินการเป็นอย่างอื่นไม่ได้ อีกทั้งนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.เคยแจ้งให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายทราบว่าผู้แถลงเปิดคดี หากไม่มาตอบข้อซักถามด้วยตัวเอง ให้คนอื่นมาแทน จะทำให้ข้อมูลขาดน้ำหนัก เป็นหลักการในศาลปกติ ขณะนี้ถือว่าข้อมูลข้อเท็จจริงในคดีถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์เพียงพอในการตัดสินใจของ สนช.แล้วถึง 99.99% เว้นแต่วันแถลงปิดสำนวนจะมีข้อมูลอย่างอื่น ยืนยันว่ายังไม่มีการล็อบบี้การลงมติแต่อย่างใด
    นายเฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ สนช. กล่าวว่า คงต้องรอฟังการแถลงปิดคดีถอดถอนก่อนจึงจะตัดสินใจว่าจะลงมติทางใด ส่วนคนที่มีคำตอบอยู่ในใจแล้ว คงไม่จำเป็นต้องรอฟัง ยืนยันว่าตั้งแต่เป็น สนช.ไม่เคยมีใครมาล็อบบี้ให้ลงคะแนนไปในทางใด แต่ละคนมีความรู้ ความสามารถ และวิจารณญาณของตัวเอง
    บอกใบ้ให้ดูผลโหวตตอนประชุมลับ
    นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล สนช.กล่าวถึงกรณีอดีตรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ชี้แจงคำถาม 35 ข้อ ในโครงการรับจำนำข้าวแทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ผ่านยูทูบว่า คงไม่มีความหมายอะไร ถึงอย่างไรไม่ใช่คำตอบที่ออกมาจากปากของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หากในวันตอบข้อซักถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์มาตอบคำถามเอง จะมีความหมายและมีค่ามากกว่าไม่ว่าจะตอบได้หรือไม่ได้ แม้จะมาแถลงปิดคดีในวันที่ 22 ม.ค.ด้วยตัวเองก็ไม่มีผลแล้ว เพราะทุกคนมีคำตอบในใจเรียบร้อยแล้ว ส่วนผลลงมติจะออกมาเป็นอย่างไร ให้ดูผลการลงมติในวันตอบข้อซักถาม ที่นายสมชาย แสวงการ สนช.เสนอให้ประชุมลับหารือกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ยอมมาตอบคำถามด้วยตัวเอง ผลคะแนนออกมาถึง 153 ต่อ 1 งดออกเสียง 21 ให้มีการประชุมลับ ทั้งที่นายพรเพชรบอกต่อที่ประชุมในวันดังกล่าวว่า ข้อบังคับการประชุมไม่ได้ห้ามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องมาชี้แจงด้วยตัวเอง ขอให้ดูผลการลงคะแนนนี้เป็นหลัก
    รอมติวิป สนช.ตีกรอบแถลงปิดคดี
    นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช.ในฐานะวิป สนช.กล่าวถึงขั้นตอนการแถลงปิดคดีถอดถอนว่า ต้องหารือกันในวิป สนช.ว่า จะกำหนดเวลาในการแถลงปิดคดีหรือไม่จำกัดเวลา ต้องดูว่าผู้ถูกกล่าวหาจะมาด้วยตัวเองหรือส่งตัวแทนมา กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเดินทางมาด้วยตัวเองหรือไม่ แต่การแถลงปิดคดีจะไม่มีการซักถามผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาอีกแล้ว ปกติจะให้พูดแค่เพียงคนเดียวเหมือนตอนแถลงเปิดคดี
    “นิคม” มั่นใจหลักฐานหักล้างได้
    วันเดียวกัน นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ในวันที่ 21 ม.ค.จะเดินทางมาแถลงปิดคดีต่อที่ประชุม สนช.ด้วยตนเอง เมื่อเช้าวันที่ 19 ม.ค. ได้ส่งหนังสือคำแถลงปิดคดีส่งไปยังสนช.แล้ว เพื่อยืนยันว่าประสงค์จะเดินทางมาด้วยตนเอง ทั้งนี้ในการแถลงปิดคดีตนได้ประเมินจากข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. รวมถึงการหักล้างข้อกล่าวหาในวันที่ตอบข้อซักถามของ สนช. ยืนยันว่าไม่รู้สึกกังวล เพราะมั่นใจในพยานหลักฐาน ทั้งข้อกฎหมาย และข้อเท็จจริง ที่นำมาหักล้าง ส่วนการลงมติว่าจะถอดถอนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ สนช. เชื่อว่าความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมยังมีอยู่ สนช.จะไม่ใช้ความรู้สึกโกรธแค้นมาตัดสิน
    “ขุนค้อน” ทำใจมีธงบงการเชือด
    นายวัฒนา เซ่งไพเราะ อดีตโฆษกประจำตัวนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในวันที่ 21 ม.ค. นายสมศักดิ์จะไม่มาร่วมแถลงปิดคดีถอดถอนต่อที่ประชุม สนช. เนื่องจากได้ชี้แจงเป็นเอกสารไปหมดแล้ว มีรายละเอียดครบถ้วนแล้ว และจะไม่มีการส่งเอกสารแถลงปิดคดีเพิ่มเติมด้วย เพราะได้มาตอบข้อซักถามที่ สนช.สงสัยต่อที่ประชุมไปแล้ว เมื่อถามว่าหลังจากได้ตอบข้อซักถามแล้ว นายสมศักดิ์มีความกังวลอะไรหรือไม่ นายวัฒนาตอบว่า นายสมศักดิ์บอกว่าไม่มีความกังวล ถ้าที่ประชุม สนช.ไม่มีธง ไม่มีทางโดนอยู่แล้ว เพราะทำหน้าที่ตามข้อบังคับการประชุม ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ผิดกับกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เป็นเรื่องข้อเท็จจริง มีความซับซ้อนกว่า อย่างไรก็ตามนายสมศักดิ์กังวลว่า สนช.อาจมีธง และได้ทำใจไว้แล้ว คงทำอะไรไม่ได้ เพราะช่วงนี้ทุกคนรู้ว่าเป็นช่วงปฏิวัติ จะไปหวังเหตุผลคงยาก ฝ่ายการเมืองเข้าใจอยู่แล้ว หากจะออกประกาศยึดทรัพย์เลย ก็ทำได้ แต่เขาอาศัย สนช.สร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง
    “ชูศักดิ์” ฟุ้ง สนช.น้ำดีต้องคิดหนัก
    นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่ไปตอบข้อซักถาม กมธ.ซักถามด้วยตัวเองว่า สนช.ส่วนหนึ่งมาจากอดีต ส.ว.และกลุ่ม กปปส. อีกส่วนหนึ่งเป็นนักธุรกิจและข้าราชการ ไม่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไปตอบเองหรือไม่ ชี้แจงได้ดีเพียงใด สนช.กลุ่มแรกก็โหวตถอดถอนแน่ จะเหลือแต่กลุ่มหลังที่ไม่สังกัดฝ่ายไหนซึ่งมีความเป็นธรรม ก็ต้องคิดหนักว่า 1.อำนาจถอดถอนถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญ ปี 50 ยกเลิกไปแล้ว 2.เดิมวุฒิสภาส่วนหนึ่งมาจากการเลือกตั้ง อีกส่วนหนึ่งมาจากการสรรหา วันนี้เอาอำนาจมาให้สนช.แต่งตั้ง แล้วมาถอดถอนคนที่มาจากการเลือกตั้งชอบธรรมหรือไม่ 3.กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องทุจริตตามที่ ป.ป.ช.ระบุ ฝ่ายที่เป็นธรรมต้องคิดหนัก หากมีการถอดถอนก็ต้องคิดถึงอนาคตประเทศว่าจะเป็นอย่างไร
    ฝ่ายปฏิบัติพูดแทนได้ข้อเท็จจริง
    ด้านนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทีมทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ทีมทนายความไม่มองว่าเป็นเรื่องที่ได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แต่เรายืนในหลักการตามข้อบังคับที่ว่า ไม่จำเป็นต้องไปตอบด้วยตัวเองก็ได้ แต่ต้องทำให้ สนช.ได้ข้อเท็จจริงให้มากที่สุด และต้องเป็นข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือด้วย สนช.เปรียบเหมือนผู้ไต่สวนในการพิจารณาคดี จะต้องพยายามหาข้อเท็จจริงและหลักฐานมาสนับสนุนให้ได้มากที่สุด เรามองว่าการให้อดีตรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปตอบคำถาม น่าจะได้ข้อเท็จจริงมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะหลายคำถามเป็นเรื่องของภาคปฏิบัติ แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นฝ่ายบริหาร เป็นเพียงผู้กำกับมากกว่า
    “จตุพร” ให้เสื้อแดงตั้งสตินิ่งไว้ก่อน
    นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า กระบวนการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นไปตามทิศทางเงื่อนไขมาตรา 35 วรรค 4 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 57 กรณีที่ สนช.และ ป.ป.ช. ทำอยู่ ใครก็ขัดแย้งไม่ได้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องความผิดถูก แต่คือพิธีกรรมที่ ป.ป.ช.กำลังโน้มน้าวสังคม ให้ง่ายต่อการที่ สนช.จะดำเนินการถอดถอน ทั้งที่ไม่สามารถตั้งคำถามจับทุจริตได้ สาระสำคัญอยู่ที่ผู้มีอำนาจเหนือสนช. ไม่ว่าอดีตนายกฯจะชี้แจงหรือไม่ก็มีค่าเท่ากัน เพราะตัดสินใจเบ็ดเสร็จไปตั้งแต่เขียนรัฐธรรมนูญแล้ว เข้าใจว่าหากจะมี สนช.บางส่วนเห็นต่างก็เคลื่อนไหวไม่ได้ เพราะจะถูกมองว่าเป็นพวก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯอีก สภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์คงรอดยาก ถามว่าคนเสื้อแดงจะออกมาไหม หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกถอดถอน ขอบอกให้ใจเย็นๆ มีสติให้มาก ขณะนี้ผ่านเลยเรื่องอารมณ์ความรู้สึกไปแล้ว ต้องใช้ปัญญาเรียนรู้ เราเดินมาไกลมาก บางเรื่องยิ่งรีบก็ยิ่งช้า ถ้าออกมาเดี๋ยวจะกลายเป็นแพะ หนังเรื่องนี้ต้องดูตั้งแต่ต้น นี่เพิ่งกลางเรื่อง ประชาชนอย่าลุกออกจากโรงจนกว่าหนังจะจบ
    ฉะล้ำเส้นรู้ผลโหวตล่วงหน้า
    นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่ สนช.บางคนชี้นำกรณีถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายสมศักดิ์ และนายนิคม ถือว่าไม่เหมาะสมกับการทำหน้าที่ เพราะนำคนเก่ามาทำเรื่องต่อยอดจนเกิดเรื่อง ยิ่งมี สนช.บางคนมั่นใจว่าวันที่ 23 ม.ค.จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกถอดถอนได้คะแนน เสียงเกิน 132 เสียงนั้น รู้ล่วงหน้าได้อย่างไร ทั้งที่ยังไม่ลงมติ อย่านำอคติมาพิจารณา ขอให้ทบทวนหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ตนอยากให้คืนประชาธิปไตยให้ประชาชน ไม่อยากให้อำนาจอื่นมาครอบงำประชาชน เชื่อว่าหากมีการลงประชามติรัฐธรรมนูญ ประชาชนจะไม่เห็นชอบเพราะไม่เป็นประชาธิปไตย
    ส่งหนังสือเบรกเกมถอดถอน
    นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดส่งถึงประธาน สนช. เรื่อง คำร้องขอถอดถอนของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กับพวก กรณีใช้สถานะ ส.ส. เข้าชื่อร้องขอให้มีการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่รวมอยู่ในเอกสารที่ สนช.กำลังพิจารณาอยู่ไม่ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมสนช. พ.ศ.2557 เพราะมีลายมือชื่อของผู้ที่ไม่ได้เป็น ส.ส. 6 คนจาก 152 คน เพราะลาออกจาก ส.ส.ไปก่อนวันที่ 15 พ.ย.56 คือ ลำดับที่ 24 นายถาวร เสนเนียม ลำดับที่ 44 นายวิทยา แก้วภราดัย ลำดับที่ 47 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ลำดับที่ 51 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ลำดับที่ 93 นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ และลำดับที่ 94 นายชุมพล จุลใส จึงอาจเข้าข่ายการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อประธานวุฒิสภา และมีผลทำให้คำร้องดังกล่าวไม่ชอบ ป.ป.ช.จึงไม่อาจนำไปพิจารณาต่อได้ อีกทั้งผู้ลงนามทั้ง 146 คนก็ไม่ได้ลงนามในคำร้องให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 61 สนช.จึงต้องประชุมยกเลิกกระบวนการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่งทันที
    ป.ป.ช.ปัดเร่งชี้มูล “บุญทรง” กดดัน
    นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ในการประชุม ป.ป.ช. วันที่ 20 ม.ค. จะมีการพิจารณาชี้มูลความผิดกรณีการกล่าวหานาย บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์และพวก กรณีการทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) หลังจากที่คณะอนุกรรมการไต่สวนส่งสำนวนสรุปให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณาลงมติ ถ้าที่ประชุมพิจารณาเห็นว่ามีความผิดจริงก็ลงมติได้ทันที จากนั้นจะส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป ทั้งนี้ไม่ถือเป็นการสร้างกระแสกดดันที่ประชุม สนช.ที่จะมีการลงมติในคดีถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 23 ม.ค. เพราะเป็นคนละกรณีกัน อีกทั้งการประชุม ป.ป.ช.ในวันที่ 20 ม.ค. ได้นัดหมายล่วงหน้าไว้นานแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับ สนช.แต่อย่างใด
    เล็งฟันยกพวงพร้อมพวก 11 ราย
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสำนวนที่คณะอนุกรรมการไต่สวนคดีการทุจริตระบายข้าวแบบจีทูจีที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวกเป็นผู้ถูกกล่าวหานั้น คณะอนุกรรมการไต่สวนที่มีนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธานได้สรุปผลการไต่สวนให้ชี้มูลความผิดนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐรวม 11 ราย ประกอบด้วยนักการเมือง 3 รายคือ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาการระบายข้าว พ.ต.นพ. วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ (นายบุญทรง เตริยาภิรมย์) ส่วนอีก 8 คนที่เหลือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ อาทิ นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ จากการไต่สวนพบว่า มีการทำจีทูจีปลอมในการซื้อขายข้าวกับประเทศจีน เพราะไม่มีการขายข้าวแบบจีทูจีจริง แต่ขายข้าวให้กับผู้ประกอบการในประเทศ ส่วนเอกชนที่ร่วมกระทำความผิดอีกกว่า 100 ราย ยังไม่มีการชี้มูลความผิด อยู่ระหว่างให้มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา
    ผู้พิพากษาเป็น ขรก.การเมืองไม่ได้
    อีกด้าน เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องงบประมาณ อาคารรัฐสภา 3 มีการประชุม คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างฯ เป็นประธานในการประชุม โดยเป็นการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราในภาค 3 นิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ หมวด 1 ศาลและกระบวนการยุติธรรม ส่วนที่ 1 บททั่วไป โดยเริ่มต้นได้มีการพิจารณาร่างมาตรา (3/1/1) 1 ว่าด้วย หลักกระบวนการยุติธรรมทั่วไปทั้งกระบวนการ ซึ่ง กมธ.ได้มีการอภิปรายความเห็น เพิ่มเติมในสาระสำคัญ อาทิ ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของศาล โดยเฉพาะเรื่องความล่าช้า และต้องให้ประชาชนเข้าถึงโดยง่าย ทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและศาลเองก็จะพัฒนาคุณภาพในการพิจารณาคดีด้วย นอกจากนี้ กมธ.ยกร่างฯได้พิจารณาในมาตรา (3/1/1) 3 ว่าด้วยศาลเป็นหน่วยงานที่ต้องดำรงความยุติธรรม โดยห้ามมิให้ผู้พิพากษาและตุลาการเป็นข้าราชการการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจ
    ห้ามลงโทษย้อนหลังเฉพาะอาญา
    จากนั้นเวลา 14.00 น. นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างฯ แถลงว่าที่ประชุมพิจารณา ในมาตรา (3/1/1) 1 ส่วนที่แก้ไขเนื้อหาคือ ห้ามมิให้บังคับใช้รัฐธรรมนูญ หรือลงโทษย้อนหลังเฉพาะโทษอาญาเท่านั้น ทำให้โทษอื่นๆที่ไม่ใช่อาญามีผลย้อนหลังได้ จากเดิมที่ทุกโทษไม่สามารถลงโทษย้อนหลัง เมื่อถามว่า ในประเด็นห้ามลงโทษย้อนหลังเฉพาะคดีอาญาอาจถูกมองว่าเปิดช่องไปสู่การบังคับโทษย้อนหลังในคดีทางการเมือง โดยเฉพาะการสกัดนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 และ 109 ไม่ให้เข้าสู่การเมือง นายคำนูณกล่าวว่า ขณะนี้ กมธ.ยกร่างฯยังไม่ได้พิจารณาในประเด็นนี้ ต้องไปดูการพิจารณาในหมวดรัฐสภา ยืนยันว่าการพิจารณาเป็นไปตามหลักการ ไม่ได้ตั้งใจที่จะเอาผิดใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ
    “เทียนฉาย” โวต่อยอดปฏิรูป 20 ปี
    เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องราชเทวีบอลรูม โรงแรมเอเชีย ราชเทวี สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จัดงานสัมมนา “ประชุมเชิงปฏิบัติการวิสัยทัศน์ประเทศไทย” โดยนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า สปช.จะเน้นงานปฏิรูปที่มีเป้าหมาย 6 ข้อ อาทิ ต้องมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เหมาะกับสภาพสังคมไทย ต้องมีการเลือกตั้งที่สุจริตเป็นธรรม และมีกลไกป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน เชื่อว่าการสัมมนาครั้งนี้จะช่วยเรียบเรียงข้อมูล ประเมินผลและต่อยอดนำไปสู่การมองอนาคตในอีก 20 ปีข้างหน้า กมธ.ปฏิรูปอาจเหลือไม่ถึง 18 คณะ เพราะมีประเด็นสอดคล้องกัน อาจตีเรื่องให้แตกแล้วปิดตัวเอง แล้วจุดประเด็นใหม่ กมธ.อาจเล็กลงหรืออาจมี กมธ.และกรรมการชุดใหม่เกิดขึ้น เดือน เม.ย. สปช.จะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญที่ กมธ.ยกร่างฯส่งมา จนถึงเดือน ก.ย.เข้าสู่การปฏิรูปเป็นเรื่องเป็นราว
    ไม่พอใจ สปช.อืดเป็นเรือเกลือ
    จากนั้นเวลา 14.00 น. นายเทียนฉายให้สัมภาษณ์ว่า กระบวนการทำงาน สปช.ไม่ถือว่าล่าช้า การสัมมนาวันนี้เป็นการย้ำเตือนกำหนดเวลาการทำงานที่วางไว้ เพราะเดือน เม.ย. สปช.จะต้องพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก ส่งผลให้งานการปฏิรูปต้องชะลอไป จึงแจ้งเตือนให้สมาชิกและจากวันนี้ถึงเดือน มี.ค.ต้องเร่งงานปฏิรูปอย่างจริงจัง ส่วนเรื่องอายุการทำงานของ สปช. ก็จะไม่ยืดออกไป การปฏิรูปบางเรื่องคงเสร็จขั้นตอนการวางระบบและโครงสร้าง แต่ส่วนของกระบวนการปฏิรูปต้องใช้เวลาหลายปี จึงไม่ใช่ภาระที่ สปช.ต้องอยู่นาน ยืนยันว่า สปช.จะอยู่ทำงานตามวาระที่รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 กำหนด ส่วนกระบวนการทำงานต่อไปต้องหาหน่วยงานหรือองค์กรอื่นมาดำเนินการต่อ
    ใส่เกียร์ถอยเลิกต้านสัมปทานน้ำมัน
    เมื่อถามว่า การที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย ระบุว่า แม่น้ำบางสายไหลเชี่ยวเกินไป คิดว่าเป็น สปช.หรือไม่ นายเทียนฉาย กล่าวว่า คิดว่าเราเป็นแม่น้ำที่ไหลช้าไปด้วยซ้ำ เพราะมีบางอย่างยังไม่ทันใจ จะผลักดันวาระเรื่องการชะลอการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ตามมติของ สปช.ต่อหรือไม่ นายเทียนฉายตอบว่า เรื่องนี้ ไม่ได้อยู่ในประเด็นของการปฏิรูปพลังงาน แต่ สปช.ทำหน้าที่ให้ความเห็นตามที่นายกรัฐมนตรีขอมา เช่นเดียวกับองค์กรอื่นๆ ดังนั้นการตัดสินใจดำเนินการใดๆจึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ส่วนข้อกังขาที่คิดว่า เรื่องนี้จะส่งผลให้รัฐบาลและ สปช.ไม่ลงรอยกันนั้น ส่วนตัวยังไม่เห็นว่ามีอะไรที่ไม่ลงรอย ทุกอย่างเป็นเพียงความเห็นที่แตกต่าง ไม่มีอะไรมากไม่มีปัญหา
    ศาลอาญาเลื่อนคดีป๊อปคอร์น
    เวลา 09.30 น. ที่ศาลอาญา ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ หรือท็อป มือปืนป๊อปคอร์น อายุ 24 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐาน ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น นำอาวุธปืนออกนอกเคหสถานภายในพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน กรณี เมื่อวันที่ 1 ก.พ.57 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกยิงปืนไม่ทราบชนิดใส่อาคารศูนย์การค้าไอทีสแควร์ทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 4 คน ซึ่งอัยการยื่นคำร้อง ขอเลื่อนคดีเพราะพนักงานสอบสวนยังรวบรวมหลักฐานการเสียชีวิตของนายอะแกว แซ่ลิ้ม จากเหตุการณ์นี้ยังไม่เสร็จสิ้น ศาลเห็นว่านายอะแกวเสียชีวิต เมื่อวันที่ 25 ก.ย.57 โจทก์จำเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม จึงให้เลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานเป็นวันที่ 30 มี.ค.58 เวลา 09.00 น.
    ศาลนัดฟัง “พระสุเทพ” ฟ้อง “ธาริต”
    ที่ศาลอาญา ศาลไต่สวนมูลฟ้องคดีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือพระสุเทพ ปภากโร แกนนำ กปปส. เป็นโจทก์ฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กับพวกเป็นจำเลยที่ 1-5 ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีวันที่ 27 ก.พ.-5 มี.ค.56 นายธาริตแถลงข่าวกล่าวหาโจทก์ขณะเป็นรองนายกรัฐมนตรี ทำเรื่องเปลี่ยนแปลงโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 โรงพัก จากรายภาครวมเป็นรายเดียวเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเป็นข้อความเท็จทำให้โจทก์เสียหาย โดยพระสุเทพตอบข้อซักค้านสรุปว่า นายธาริตแถลงข่าวกรณีนี้หลายครั้งทั้งที่ดีเอสไอไร้อำนาจ รับคดีไว้พิจารณา หลังการทำสัญญาก่อสร้างสถานีตำรวจได้ไม่นานตนพ้นจากตำแหน่งรองนายกฯ การดูแลการก่อสร้างจึงเป็นหน้าที่ของ สตช.และรัฐบาลชุดใหม่ ภายหลังศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะรับฟ้องหรือไม่วันที่ 27 ม.ค. เวลา 10.00 น.
    “บิ๊กตู่” ตีปี๊บตลาดกล้วยไม้ไทย
    เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เป็นประธานเปิดงาน “โครงการพัฒนาตลาดกล้วยไม้คุณภาพ” แก้ปัญหาราคาตกต่ำและสถานที่จำหน่ายจำกัด ซึ่งจะเปิดขายทุกวันจันทร์-พุธ ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ไปจนถึงสิ้นเดือน มี.ค. โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานว่า ไทยถือเป็นแหล่งผลิตกล้วยไม้ที่สำคัญของโลก มียอดส่งออกถึงปีละ 3,000 ล้านบาท เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเนเธอร์แลนด์ ที่ส่งออกกล้วยไม้เมืองหนาว ดังนั้นไทยต้องเพิ่มสัดส่วนกล้วยไม้เขตร้อนในตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น ขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อการส่งออกกล้วยไม้ จึงต้องหารายได้เข้าประเทศ ทั้งกระตุ้นการบริโภคในประเทศ และการหาตลาดส่งออกใหม่ๆ รวมทั้งแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า
    ติงสื่ออย่าเขียนยาง 3โลร้อย
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ได้สั่งให้พัฒนาคลองผดุงกรุงเกษมเพื่อให้จัดการค้าขายสำหรับประชาชน ข้าราชการในทำเนียบรัฐบาล เช่น การพายเรือขายของ ขายก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวระหว่างเดินชมงานกล้วยไม้ด้วยว่า วันนี้เรามีปัญหาทั้งเรื่องข้าว ยาง และมันสำปะหลัง ตอนนี้ราคายางพาราอยู่ที่ 3 กก./100 บาท จึงถามนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรฯว่าทำไมถึงเป็นราคานี้ เพราะได้รับรายงานมาว่ายางพาราอยู่ที่ราคา 60 บาทต่อ กก. ปรากฏว่าเป็นราคาน้ำยาง ขอความร่วมมือสื่อมวลชนต้องเข้าใจ แยกแยะอะไรดี ไม่ดี อย่าเขียนให้คนตื่นตระหนก แล้วกลับมาเล่นงานรัฐบาล ทั้งที่รัฐบาลดูแลทุกเรื่อง สิ่งที่ตนพูดทุกวันศุกร์เพื่อให้ประชาชนได้ฟัง ไม่ใช่ไม่ฟังแล้วต่อต้านทุกอย่างที่รัฐบาลกำลังทำ
    สั่งเปิดตลาดน้ำข้างทำเนียบฯ
    เวลา 10.10 น. ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดงานดังกล่าว ระหว่างที่นายกฯเดินกลับขึ้นห้องทำงาน บนตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ประยุทธ์ ได้หารือกับ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นเชิงสั่งการให้เปิดตลาดน้ำที่คลองเปรมประชากร บริเวณด้านข้างทำเนียบรัฐบาล ติดกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพาณิชย์พระนคร แต่ขอให้จัดระเบียบให้ดี โดย พล.อ.วิลาศระบุว่า กำลังหารือกับกรมศิลปากรถึงความเป็นไปได้ในการขยายทำเนียบฯ เตรียมปรับปรุงภูมิทัศน์ จะขยายรั้วตลอดแนวบริเวณประตู 1 ไปถึงคลองเปรมประชากร และจัดที่จอดรถของทำเนียบฯ กำลังดูรูปแบบและพิจารณางบประมาณ ด้าน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “การปรับปรุงภูมิทัศน์ต่างๆ ต้องพิจารณาให้รอบคอบ อย่าให้เกิดปัญหาหรือความเดือดร้อน ต้องดูเรื่องงบประมาณ แต่พอจะสร้างอะไรขึ้นเดี๋ยวจะมีวิพากษ์วิจารณ์อีกว่าผมอยากจะอยู่นาน พูดอะไรไปก็เป็นเรื่องไปหมด” เมื่อผู้สื่อข่าวระบุว่า ถ้าทำดีและถูกต้องคงไม่มีใครว่า พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “สื่อก็ต้องเป็นพยาน ถ้าทำดีแล้วจะไม่ว่ากันนะ”
    เอาจริงตลาดน้ำคลองเปรมฯ
    ต่อมาเวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงแนวคิดการทำตลาดน้ำคลองเปรมประชากรว่า เป็นแนวคิดของตนก็ดูไปเรื่อยๆ เนื่องจากเห็นน้ำในคลองเปรมประชากรใสดี จึงน่าจะมีการพายเรือขายของ ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวคิดนี้จะทำจริงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า เอาจริง ที่พูดนั้นทำหมด
    บี้นำร่องเขต ศก.พิเศษแม่สอด
    เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ครั้งที่ 1/2558 ว่า เป็นการหาความชัดเจนหลังประกาศพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน 5 แห่ง ว่าจะให้บริษัทหรือกิจการที่เข้ามาในกติกา มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ไม่ใช่ทั้งหมดไปซื้อที่แล้วให้คนมาเช่า วันหน้าก็โดนเก็บภาษีอีก ในปีนี้จะมีการเปิดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษที่ อ.แม่สอด จ.ตากก่อน ตรงไหนพร้อมจะเริ่มทำก่อน เช่น เป็นศูนย์กระจายสินค้า โกดัง เพราะถ้าทำเป็นโรงงานนั้นยังไม่แล้วเสร็จ ดังนั้นเราต้องแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจในข้อตกลงการค้า เราต้องหาพื้นที่ควบคุมให้ได้ก่อน
    ปลอบนำเข้าปาล์มแค่ 5 หมื่นตัน
    อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีกลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์มคัดค้านการนำเข้าปาล์มน้ำมันว่า มีการนำเข้าปาล์มน้ำมันเพียง 5 หมื่นตัน เป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้น เนื่องจากรัฐบาลรู้ว่า ปาล์มน้ำมันจะต้องขาดตลาดและพยายามจะไม่นำเข้าปาล์มดิบเข้ามา แต่ปัญหาคือขณะนี้ปาล์มน้ำมันหมดฤดูกาลเก็บเกี่ยว สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้น้อย จึงไม่เพียงพอแน่นอน รัฐบาลจึงต้องมีการปรับ ซึ่งขณะนี้ราคาน้ำมันกำลังลดลงจึงนำเอาปาล์มที่ผลิตอยู่ในประเทศในสัดส่วนที่จะนำไปแปรรูปเป็นพลังงานลดลง ซึ่งขณะนี้มีผู้ใช้ไบโอดีเซลน้อยลง จึงดึงเอาส่วนนี้เพื่อผลิตเป็นน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภค ซึ่งการนำเข้าเพียง 5 หมื่นตันจากประเทศรอบบ้านเป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้นเท่านั้น โดยมีการพูดคุยกับบริษัทนำเข้าแล้ว ว่าจะมีการนำเข้าเป็นระยะๆ หากเพียงพอก็ไม่ต้องนำเข้า ยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น
    เกษตรกรรวมพลจี้ รบ.ทบทวน
    นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลมีมติจะนำเข้าน้ำมันปาล์ม 5 หมื่นตันเดือน ก.พ.ว่า รัฐบาลนี้ยังแก้ไขปัญหาข้าวและยางพาราตกต่ำให้เกษตรกรกว่า 30 ล้านคนไม่ได้ แต่กลับหาเรื่องซ้ำเติมจะนำเข้าน้ำมันปาล์มมหาศาลเข้ามาอีก รัฐบาลไม่เคยแก้ไขปัญหาราคาปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืชปล่อยให้นายทุนคนกลางค้ากำไรเกินควร ไม่เคยแก้ไขปัญหาลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์ม จนเกิดข่าวเรือลักลอบขนน้ำมันปาล์มล่มในอ่าวไทยทั้งที่ จ.นราธิวาสและระยอง ทราบว่า วันที่ 19 ม.ค. นายสมพร ศรีเพชร นายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมัน กำลังเคลื่อนไหวหารือกับพี่น้องชาวสวนปาล์ม เพื่อทำหนังสือขอให้รัฐบาลทบทวนการนำเข้าน้ำมันปาล์ม ที่ผ่านมาได้รับร้องเรียนมากว่าเกษตรกรจับตาการทำงานของ รมว.พาณิชย์เป็นพิเศษว่า ไม่มีฝีมือหรือมีอะไรมาปิดบัง หากมองเพียงมิติของผู้บริโภคว่าแก้ราคาน้ำมันปาล์มแพงโดยนำเข้าให้ผู้ผลิตมาบรรจุขวดขาย แต่ละเลยมิติของเกษตรกรผู้ผลิต ถ้านำเข้ามาจะกระทบทำให้ราคาน้ำมันปาล์มที่อยู่ 5.60 บาทตกต่ำลงอีก จะรับผิดชอบอย่างไร จึงขอคัดค้านขอให้รัฐบาลทบทวนอย่าสร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องเพิ่มขึ้นอีกเลย
    โวยแค่มีข่าวราคารูดแล้ว 20 สต.
    นายสุคนธ์ สวัสดิภิรมย์ ส.อบจ.กระบี่ เขตอ.เขาพนม และแกนนำเกษตรกรชาวสวนปาล์ม และสวนยาง จ.กระบี่ กล่าวว่า แค่มีนโยบายนี้ราคาผลปาล์มในตลาดก็ลดลงทันที 20 สตางค์ และมีแนวโน้มลดลงอีก จากปกติอยู่ที่ 6.20 บาทต่อกิโลกรัม ที่ผ่านมาไปคัดค้านกับคณะกรรมการปาล์ม จ.กระบี่ แต่ไม่เป็นผล ยังมีมติให้นำเข้าอีก ผลกระทบจะตามมาประมาณปลายเดือน ก.พ.ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากขึ้น จะทำให้ราคาตกต่ำลงอีก จึงอยากจะให้ทบทวนเรื่องนี้ เพราะจะกระทบเหมือนกับยางพาราที่กระทบมานานนับปีแล้ว
    ระทึกงูเขียวเลื้อยเข้าตึกนารีฯ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.30 น. ขณะที่พนักงานทำความสะอาดหญิง กำลังทำความสะอาดบริเวณห้องโถงใหญ่ของตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจัดเป็นสถานที่รับรองแขกรัฐบาล ปรากฏว่าได้มีงูเขียวตัวยาวราว 1 เมตร เลื้อยเข้าไปอยู่ในแจกันดอกไม้ประดิษฐ์ที่ตั้งอยู่ริมห้อง จากนั้นเลื้อยออกมาที่บริเวณพื้นห้อง เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันไล่ออกไปทางห้องทางด้านข้างตึกนารีสโมสร ที่มีประตูเปิดไปยังระเบียงที่ยื่นไปในคลองด้านข้างตึก ด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้า
    หมอดูสะกิด “บิ๊กตู่” ระวังคนใกล้ตัว
    ขณะที่นายภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ซินแสวิเคราะห์ดวงเมือง-ชะตาชีวิต กล่าวว่า ความเชื่อโหราศาสตร์ไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เกิดปีมะเมียไม่ถูกกับปีมะเส็ง งูจะพันขาม้าพัลวันอาจมีวุ่นวายบ้าง แม้นายกฯดวงดีจะผ่านไปได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือบริวารที่อยู่รอบตัวหวังดีประสงค์ร้ายมีมาก มักอ้างนายกฯสั่งทั้งที่ไม่ได้สั่ง เกมการเมืองจะมีเรื่อง ดังนั้น ถ้าจะตีงู อย่าตีงูให้หลังหัก ต้องตีให้ตาย ไม่เช่นนั้นจะโดนฉกกลับจนเป็นภัยแก่ตัวเอง


    0 comments:

    Post a Comment