คสช.สั่งระงับงานแถลงดัชนีชี้วัดสื่อฯ ไทย
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2558 19:43
1,851 ครั้ง
โฆษกสมาคมนักข่าว วอน คสช.พิจารณารอบคอบอย่าปิดกั้นการแถลงผลงานด้านวิชาการสื่อฯ ชี้ ภาพลักษณ์ประเทศจะเสียหาย หลังคสช.สั่งระงับการจัดงานแถลงข่าวดัชนีชี้วัดสื่อไทยไม่มีกำหนด
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท ส่งหนังสือแจ้งถึงสื่อมวลชนทุกแขนง แจ้งขอเลื่อนการจัดงานแถลงข่าวดัชนีชี้วัดสถานภาพสื่อเอเชีย: ประเทศไทย 2557 (เอเชีย มีเดีย บาโรมิเตอร์ : ประเทศไทย 2557) ที่มูลนิธิฯ ร่วมกับสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดขึ้นเพื่อรายงานผลการประเมินสถานการณ์สื่อไทยตามดัชนีชี้วัดตามลักษณะเฉพาะของประเทศในทวีปเอเชีย ที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 30 ม.ค.นี้ โรงแรมวีกรุงเทพ ย่านราชเทวี อย่างไม่มีกำหนด ตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยเมื่อวันที่ 28 ม.ค. ได้มีนายทหารประสาน มายังมูลนิธิฯ ขอให้เลื่อนการแถลงข่าวดังกล่าวออกไปก่อน โดยให้เหตุผลเพียงว่า เนื้อหาการจัดงานมีลักษณะหมิ่นเหม่ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายและมีความอ่อนไหวมาก
ทั้งนี้ มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท ได้เริ่มทำดัชนีชี้วัดสถานภาพสื่อเอเชีย เพื่อมุ่งประเมินสื่อในเชิงลึกและบูรณาการ รวมถึงมุ่งสนับสนุนการตรวจสอบกันเองของสื่อในแต่ละประเทศของทวีปเอเชียในด้านต่างๆ โดยเริ่มนำร่องครั้งแรกที่ประเทศปากีสถาน และอินเดีย ในปี 2552 และประเทศไทย ในปี 2553
รายงานดัชนีชี้วัดสถานภาพสื่อเอเชีย ประเทศไทย 2557 เป็นโครงการต่อเนื่องจากปี 2553 โดยวัดประเมินสถานภาพและการเปลี่ยนแปลงทางภูมิทัศน์สื่อมวลชนในประเทศไทยระหว่างปี 2553-2557 มีเนื้อหาโดยสรุปว่า สถานการณ์สื่อของประเทศไทยในช่วง 5 ปี (พ.ศ.2553-2557) ที่วนเวียนอยู่กับเหตุการณ์รุนแรงจากการชุมนุมทางการเมือง ที่ส่งผลให้ผู้สื่อข่าวภาคสนาม ทำงานด้วยความยากลำบากและหวาดกลัว เพราะถูกกดดันจากกลุ่มผู้ชุมนุม มีการข่มขู่ และปิดล้อมสำนักงานสื่อกระแสหลัก และสื่อท้องถิ่นบางแห่ง แต่กลับไม่มีหน่วยงานใดให้การคุ้มครองด้านสวัสดิภาพและสิทธิเสรีภาพสื่อได้อย่างแท้จริง ในขณะที่สื่อของขั้วขัดแย้ง มีการนำเสนอเนื้อหาที่มีลักษณะสร้างความเกลียดชังโดยไม่มีการกำกับดูแลจาก กสทช. หรือองค์กรวิชาชีพ จนเป็นเหตุผลให้ภายหลังรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 สื่อจึงถูก คสช.และรัฐบาลเข้มงวด จนขาดความเป็นอิสระ ถึงแม้ว่าปี 2557 เป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูปสื่อ เกิดสื่อวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มีความหลากหลายจำนวนมากขึ้น แต่ประชาชนจำนวนมาก ก็ยังคงประสบอุปสรรคในการเข้าถึงสื่อเหล่านี้อยู่ โดยเฉพาะในช่วงการเปลี่ยนผ่านสื่อโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกสู่ระบบดิจิตอล รวมถึงการที่สื่อฯ ไม่สามารถเสนอความจริงได้ เนื่องจากข้อจำกัดของนักข่าวและกองบรรณาธิการ ที่ขาดการแสวงหาแหล่งข่าวและกีดกันสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
สื่อฯ มีการเซ็นเซอร์ตนเองและมีการเซ็นเซอร์โดยเจ้าของกิจการ รวมทั้งโดยสปอนเซอร์ หรือผู้ให้โฆษณา การปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นในอุตสาหกรรมสื่อฯ อีกทั้ง สื่อมีปัญหาด้านคุณภาพการรายงานข่าว เพราะให้ความสำคัญกับความฉับไวในการนำเสนอข่าวมากกว่าการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ทั้งยังกลัวภาวะ “ตกข่าว” ทำให้สื่อมวลชนส่วนใหญ่เลือกประเด็นมารายงานไม่แตกต่างกันนัก
ด้าน นายมานพ ทิพย์โอสถ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อฯ และโฆษกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า เสียดายโอกาสอันดีในการนำเสนอผลงานทางวิชาการ ด้านสื่อสารมวลชน และกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน หลังงานแถลงข่าว “ดัชนีชี้วัดสถานภาพสื่อเอเชีย : ประเทศไทย 2557 ที่จัดโดยมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ไม่ได้รับการอนุญาตจาก คสช. แม้ คสช.จะมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ความสงบของประเทศ แต่ก็ควรอยู่บนพื้นฐานการคำนึงถึงผลกระทบที่อาจตามมา จากการตัดสินใจดังกล่าว แต่นี่เป็นการแถลงผลงานด้านวิชาการด้านสื่อสารมวลชน ที่ คสช.ควรมีท่าทีและการตรวจสอบอย่างรอบคอบ เพราะการปิดกั้นไม่ให้มีการจัดงานไม่ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ที่อยู่ในสถานการณ์ถูกเฝ้าจับตามองจากนานาชาติ อย่างไรก็ตาม เข้าใจและยอมรับการใช้ดุลพินิจของ คสช.และคาดว่า เนื้อหาทางวิชาการมูลนิธิฯ คงจะมีการเผยแพร่ต่อไป เพราะ คสช.ไม่ได้มีคำสั่งห้ามแต่อย่างใด และเป็นดุลพินิจของมูลนิธิฯ ตามความเหมาะสม
Subscribe to:
Post Comments (Atom)







0 comments:
Post a Comment