ข่าวเด่นประจำวันนี้
put your amazing slogan here!
skip to main
|
skip to sidebar
หน้าแรก
การเมือง
เศษรฐกิจ
อาชญากรรม
ข่าวทั่วไทย
ข่าวเด่นประจำวัน
ข่าวดัง
รูปเด่น
คลิปเด่นคลิปดัง
ข่าวต่างประเทศ
กีฟ้า
บันเทิง
หวย
หนั่งสัน
ม.หอการค้าไทย เผยเอสเอ็มอีไทย ส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักเออีซี มีแค่กว่าแสนราย จาก 2.4 ล้านราย ที่รู้จักดี แนะเอกชนรุกทำการตลาดในอาเซียน หลังอินโดนีเซียชิงส่วนแบ่ง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม...
เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 58 นายอัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจการประเมินความเข้าใจของภาคการผลิตและภาคบริการไทย ต่อการแข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ใน 5 ปีที่ผ่านมา หรือตั้งแต่ปี 53-57 จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 2,000 รายว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) 342,291 ราย หรือ 12.4% ของเอสเอ็มอี ทั่วประเทศ 2.4 ล้านราย ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับเออีซี ขณะที่ 2.23 ล้านราย มีความเข้าใจแค่ระดับพื้นฐาน และมีเพียง 188,260 รายเท่านั้น ที่มีความเข้าใจเออีซีเชิงลึก ทั้งการวิเคราะห์ตลาดเพื่อนบ้าน การรู้กฎระเบียบประเทศเพื่อนบ้าน และต้นทุนต่างๆ เป็นอย่างดี
สำหรับสาเหตุที่ทำให้ เอสเอ็มอี ไม่เข้าใจหรือมีเพียงความรู้พื้นฐาน มาจากสาเหตุที่ ต้องใช้เวลาในการศึกษานาน, การประชาสัมพันธ์ไม่ชัดเจนหรือไม่มีรายละเอียดเชิงลึก, ช่องทางประชาสัมพันธ์น้อยไม่ทั่วถึง, ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล การอบรม และสัมมนาจากหน่วยงานราชการ, ข้อมูลที่เผยแพร่เป็นภาษาวิชาการเข้าใจยาก เป็นต้น ส่งผลทำให้เกิดข้อกังวลต่างๆ เช่น กังวลจะมีสินค้าและบริการที่ราคาถูกกว่าเข้ามาแข่งขันมากขึ้น การย้ายฐานการผลิตของบริษัทแม่ หรือบริษัทขนาดใหญ่ไปเพื่อนบ้าน และจะเกิดนักลงทุนในอาเซียนเข้ามาลงทุนแข่งขันในไทยมากขึ้น ทำให้เอสเอ็มอีแข่งขันไม่ได้
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจสินค้าไทยในตลาดเวียดนาม พบว่า มีสินค้าจากอินโดนีเซีย แย่งส่วนแบ่งตลาดสินค้าไทย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม เพราะมีจุดแข็งที่คุณภาพ รสชาติ และการทำการตลาด ซึ่งแนวทางตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าของอินโดนีเซีย ได้รับการสนับสนุนจาก สิงคโปร์และมาเลเซีย
ส่วน "ตอนนี้สินค้าไทยมีส่วนแบ่งตลาดในอาเซียนเฉลี่ยเป็นอันดับที่ 4 รองจากสินค้าของสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ถ้าไทยไม่ทำอะไร ยังอยู่ในระดับนี้ต่อไป ส่วนแบ่งตลาดในอาเซียนจะค่อยๆ หายไป โดยมีอินโดนีเซียเป็นตัวหลักสำคัญ ที่จะเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มสินค้าคุณภาพ ขณะที่กลุ่มสินค้าทั่วไปจะมีสินค้าจาก กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม ที่ได้รับการลงทุนจาก จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดเช่นกัน"
ทั้งนี้ การทำตลาดสินค้าไทย ในส่วนผู้ประกอบการรายใหญ่ ควรใช้ช่องทางโฆษณาทางทีวีในประเทศเป้าหมาย เพื่อย้ำความนิยมสินค้าไทย รักษาฐานตลาดที่มีอยู่ และเพิ่มการรับรู้เพื่อขยายฐานตลาดต่อไป แต่ยอมรับว่ามีค่าใช้จ่ายสูง ไม่เหมาะกับสินค้าของเอสเอ็มอี ซึ่งควรหันไปทำการตลาดทางตรง ด้วยการเข้าไปในย่านการค้า ย่านชุมชนในประเทศต่างๆ เพื่อนำสินค้าให้ผู้บริโภคได้ทดลองโดยตรง และรับรู้ถึงคุณภาพ โดยยังสามารถใช้แบรนด์สินค้าไทยเป็นตัวนำการทำการตลาดได้ เพราะสินค้าไทยเป็นที่รับรู้ ในอาเซียนอยู่แล้วว่ามีคุณภาพ
ที่มา
www.thairath.co.th
0 comments:
Post a Comment
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
Newer Post
Older Post
Home
Powered by
Blogger
.
Hot
0 comments:
Post a Comment