เมื่อ 9 ก.ค. บีบีซีรายงานความสัมพันธ์อันขุ่นมัวของชาวตุรกีส่วนหนึ่งที่มีต่อชาวจีน ในช่วงเกิดการประท้วงต่อต้านคนจีนในตุรกีติดต่อกันมานาน 10 วัน เนื่องจากปมปัญหาชาวอุยกูร์ นับจากมีข่าวว่า ทางการจีนปฏิบัติต่อชาวอุยกูร์ในแคว้นซินเกียงในด้านลบ โดยเฉพาะห้ามถือศีลอดหรือมีพิธีกรรมทางศาสนา ทำให้เกิดกระแสต่อต้านมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเกิดเหตุนักท่องเที่ยวเกาหลีถูกทำร้ายในตุรกี เพราะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนจีน
ชาวตุรกีที่เป็นมุสลิมและอุยกูร์ในแคว้นซินเกียง ทางตะวันตกของจีนมีความเชื่อมโยงทางชาติพันธุ์ มีวัฒนธรรมและศาสนาที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในซินเกียงจึงส่งผลกระทบต่อจิตใจของชาวตุรกีกลุ่มนี้
"คนของเราต่างเศร้าสะเทือนใจกับข่าวว่า ชาวอุยกูร์เติร์กถูกห้ามถือศีลอดหรือปฏิบัติตามหลักศาสนาในภูมิภาคซินเกียง" แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศตุรกีระบุ
ด้านจีนแถลงตอบโต้ว่า จีนเคารพเสรีภาพความเชื่อทางศาสนาของชาวมุสลิมอย่างเต็มที่ และข้อกล่าวหาว่าจีนสั่งห้ามปฏิบัติตามหลักศาสนาในซินเกียงในช่วงรอมฎอนเป็นเรื่องแปลกพิสดารอย่างสิ้นเชิงกับข้อเท็จจริง และเป็นการนำเสนอข่าวเกินจริงของสื่อตะวันตก
"ไม่มีหน่วยงานใดของรัฐ องค์กรสาธารณะหรือส่วนบุคคลใดๆ ที่จะบงการพลเรือนให้เชื่อในศาสนา หรือไม่ให้มีศาสนา ดังนั้นจึงไม่มีการเลือกปฏิบัติต่อพลเรือนที่นับถือศาสนาและไม่มีศาสนา" รัฐบาลจีนแถลง
ด้านสถานการณ์ในนครอิสตันบูล นายซิฮีน ยาวุซ เจ้าของร้านอาหารจีน แฮปปี้ ไชน่า ให้สัมภาษณ์หลังร้านตนเองถูกฝูงชนที่โกรธแค้นบุกทำลายเมื่อสัปดาห์ก่อน ว่า ผู้คนต่างหวาดผวา ไม่กล้าเข้าร้าน เพราะกลัวจะถูกบุกทำร้าย ความจริงแล้วหากจะประท้วงรัฐบาล ควรจะไปที่หน้าสถานทูตของประเทศนั้นๆ ไม่ควรมาใช้ความรุนแรงเช่นนี้
ทั้งนี้ มีรายงานว่า นครอิสตันบูลเผชิญหับความวุ่นวายจากกลุ่ม "หมาป่าสีเทา" ที่มีสมาชิกเป็นวัยรุ่นฝ่ายขวาจัด สาขาของพรรคการเมืองชาตินิยม ที่จัดการเดินขบวนต้านจีนในวันเสาร์ที่แล้ว แต่ทางกลุ่มปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำร้ายนักท่องเที่ยวเกาหลีที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนจีน
มิเรย์ ฮามิต ไกด์สำหรับนักท่องเที่ยวจีน กล่าวว่า มีชาย 4-5 คนถือมีดมาทำร้ายลูกทัวร์ของเธอ ตอนแรกถามว่ามาจากไหน พอได้คำตอบว่ามาจากจีน ก็ตรงเข้าทุบตี กระทั่งมีไกด์ชาวตุรกีเข้ามาช่วยขวา ทุกคนต่างหวาดผวา
สำหรับประเทศไทย มีข่าวเชื่อมโยงเกี่ยวกับชาวอุยกูร์ในตุรกี ตั้งแต่เดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อมีรายงานของสำนักข่าวเอพีระบุว่า ไทยส่งผู้อพยพชาวอุยกูร์ที่ลักลอบเข้ามาในไทย 173 คนจากทั้งหมด 250 คน ไปยังตุรกี โดยเดินทางไปถึงนครอิสตันบูลในวันที่ 30 มิ.ย. เพื่อไปตั้งถิ่นฐานในเมืองเคย์เซรี พื้นที่ในชุมชนชาวอุยกูร์ในตุรกี ตามที่กลุ่มชาติพันธุ์อุยกูร์ในตุรกีร้องขอ ขณะที่รัฐบาลจีนไม่พอใจนัก เพราะเห็นว่าเป็นการส่งเสริมให้เกิดการอพยพผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ต่อมามีรายงานว่า ไทยส่งชาวอุยกูร์อีก 109 คนกลับไปจีน ทั้งที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนรวมถึงหน่วยงานของสหประชาชาติเคยร้องขอว่าอย่าเพิ่งส่งกลับ เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ชนกลุ่มนี้เป็นอันตราย แต่ไทยยืนกรานว่า ทางจีนรับประกันแล้วในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งกรณีหลังนี้ทำให้ชาวตุรกีที่ผูกพันกับชาวอุยกูร์ไม่พอใจไทย
เมื่อวันที่ 8 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธตอบคำถามถึงกรณีที่มีข่าวว่าทางการไทยส่งตัวชาวมุสลิมอุยกูร์ ว่า เป็นเรื่องของกระทรวงต่างประเทศจัดการ พร้อมทั้งย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “อย่าพูดให้แตกแยกนักเลย รบในประเทศยังไม่พอหรืออย่างไร จะให้ไปขัดแย้งกับต่างประเทศอีกหรือ
ที่มา.http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1436416487






0 comments:
Post a Comment