จากกรณีที่ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน และประธานกลุ่มวิทยาตลาดทุน กิจการเพื่อสังคม (วตท.) รุ่นที่ 20 ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ บนรถยนต์เล็กซัส สีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ และอดีต รมช.พาณิชย์ เป็นคนขับ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา และต่อมาทางญาติได้เข้าร้องเรียนตำรวจเพื่อให้สอบสวนรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ เนื่องจากยังติดใจการเสียชีวิตในหลายประเด็น และเรื่องการโอนหุ้นให้กับพริตตี้และโบรกเกอร์สาว รวมมูลค่า 300 ล้านบาท ามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว คามคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 8 ส.ค. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อวานที่ผ่านมา (7 ส.ค.) ได้นำกำลังไปตรวจค้นบริษัท หลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ที่อาคารแอทธินี ทาวเวอร์ ชั้น 17 ห้องเลขที่ 1701-1704 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน เบื้องต้นได้ขอเอกสารหลักฐานต่างๆในการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ รวมทั้งตรวจยึดคอมพิวเตอร์ของนายชูวงษ์ไปตรวจสอบ และได้มอบหมายให้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ตรวจสอบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ โดยจะเน้นเรื่องบันทึกการทำธุรกรรมต่างๆ ทั้งนี้ จะมีการตรวจสอบในเรื่องของข้อมูลบทสนทนาระหว่างเจ้าหน้าที่โบรกเกอร์กับนายชูวงษ์ ซึ่งเบื้องต้นพบว่าทางบริษัทได้เก็บบันทึกการสนทนาไว้ เป็นไปตามกำหนดเวลา 90 วันตามกฎระเบียบของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมทั้งได้สั่งการให้ตรวจสอบเพื่อหาความเชื่อมโยงในคดีดังกล่าว ในส่วนของการดำเนินการออกหมายจับนั้นยังไม่ได้กำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าจะออกหมายจับเมื่อไหร่ อยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะเดียวกันรายงานข่าวแจ้งว่า พ.ต.ท.บรรยิน ได้ชี้แจงที่มาที่ไปของพอร์ตหุ้นตัวที่เป็นปัญหาว่า เกิดจากการระดมเงินทุนของกลุ่มเพื่อนที่เรียนหลักสูตร วปอ. เมื่อครั้งที่ นายชูวงษ์ ยังมีชีวิต โดยวางแผนระดมเงินทุนกันเพื่อที่จัดตั้งพรรคการเมือง หากมีการเลือกตั้ง โดยจัดตั้งพรรคการเมืองในชื่อพรรคชูชาติไทย และวางตัวนายชูวงษ์ ไว้เป็นหัวหน้าพรรค ขั้นแรกตั้งเป้าระดมเงินในวงเงิน 5,000 ล้านบาท แต่อยู่ระหว่างดำเนินการทำให้มีวงเงินในพอร์ต 500 ล้านบาท โดยมีโบรกเกอร์ 2 บริษัท คือ บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ซึ่งพอร์ตทั้งหมดจัดทำในรูปแบบของคณะกรรมการ ใช้ชื่อของนายชูวงษ์เป็นเจ้าของ แต่มี พ.ต.ท.บรรยินเป็นผู้บริหารพอร์ต ทำหน้าที่ซื้อ-ขาย ออกคำสั่งทั้งหมด อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า มีความเป็นไปได้ที่เอกสารอาจจะแก้ไขหลังการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ โดยก่อนหน้านี้นายชูวงษ์ ได้เซ็นเอกสารไว้ก่อนแต่คนละจุดประสงค์ ซึ่งสอดคล้องกับผลตรวจเอกสารว่าลายเซ็นโอนหุ้นจะเป็นของนายชูวงษ์จริง แต่มีร่องรอยการแก้ไขหลายจุด โดยใช้น้ำยาพิเศษ ซึ่งไม่ใช่ลิควิด และยางลบในการลบหมึกและตัวอักษรทำให้ดูแนบเนียน หากมองด้วยตาเปล่าจะไม่เห็นร่องรอยการลบหรือแก้ไข โดยจากการตรวจสอบทางเทคนิคพบว่าร่องรอยที่ถูกลบทิ้งแก้ไขจาก “การจำนำหุ้น” เป็น “การโอนหุ้น อีกทั้งพบข้อมูลว่า พ.ต.ท.บรรยิน มีความสัมพันธ์สนิทสนมกับเพื่อนที่เรียนหลักสูตร สถาบันวิทยาการตลาดทุน รุ่นที่ 20 หรือ วตท. ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงการหลักทรัพย์ โดยประเด็นนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่. “
ที่มา. http://www.dailynews.co.th/crime/340387






0 comments:
Post a Comment